"EV เพื่อพี่วิน" นำร่องลดฝุ่น PM2.5 ดันโมเดลเช่าขับประหยัดต้นทุน
กทม. เปิดตัววินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า "EV เพื่อพี่วิน" นำร่องเขตดินแดง-พญาไท ชูโมเดลลดฝุ่น PM2.5 ดันโมเดลเช่าขับประหยัดต้นทุน
16 ก.พ. 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง เพื่อผลักดันการใช้ วินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)
ปฏิรูประบบขนส่งเมือง สู่เป้าหมาย Smart City ไร้มลพิษ
นายชัชชาติ ระบุว่า รถจักรยานยนต์รับจ้างนับเป็นกำลังสำคัญของระบบขนส่งเมืองและมีศักยภาพสูงในการช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ปัจจุบันภาคการคมนาคมใน กทม. ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก การเปลี่ยนผ่านสู่ ยานยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ไม่เพียงช่วยลดมลพิษทางอากาศ แต่ยังช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ซึ่งจะสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบอาชีพ
“การเปลี่ยนผ่านสู่ รถ EV เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัยเวลา เนื่องจากไทยมีรถจักรยานยนต์หลายล้านคัน เราจึงต้องเริ่มจากกลุ่มที่เห็นประโยชน์ชัดเจนที่สุด ทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
โครงการนี้จะเน้นสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้งาน ทั้งระบบการชาร์จไฟ การดูแลรักษา และความคุ้มค่าของค่าใช้จ่ายต่อวัน เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการเปลี่ยนมาใช้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับรายละเอียดโครงการ "EV เพื่อพี่วิน" มุ่งเน้นการแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเสนอโมเดลทดลองเช่าขับในอัตรา 75-140 บาทต่อวัน ควบคู่กับการเตรียมพร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า ทั้งแบบชาร์จปกติและแบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ
ในระยะแรกได้เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ วินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และพนักงานกวาดถนนของ กทม. ในเขตดินแดงและพญาไทกว่า 200 คน เข้าร่วมทดลองและรับทราบข้อมูลต้นทุน ก่อนจะคัดเลือกตัวแทน 30 คน เพื่อนำรถไปทดลองให้บริการจริงเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อขยายผลในระดับเมืองต่อไป
ข้อมูลชี้ "วินมอเตอร์ไซค์" คือปัจจัยหลักลดฝุ่น PM 2.5
ผลการศึกษาจากโครงการ Thai-German Cooperation on Energy, Mobility and Climate (TGC EMC) พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันมีวินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน กระจายตัวอยู่กว่า 5,300 วินทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็น "ขนส่งเส้นเลือดฝอย" ที่สำคัญ แต่ระบบเดิมที่พึ่งพาน้ำมันเป็นหลักได้สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ
- ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 80,000 - 100,000 ตันต่อปี
- ปล่อยฝุ่น PM2.5 เทียบเท่าการเผานา 3,800 ไร่ หรือเทียบเท่าไอเสียจากรถเมล์แดงรุ่นเก่า 2,000 คันตลอดทั้งปี
นางสาว อินซ่า อิลเก้น (Insa Illgen) ผู้อำนวยการโครงการ TGC EMC จาก GIZ เสริมว่า โครงการนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่สะอาด การนำรถมาทดลองใช้จริงจะช่วยให้เราได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานโดยตรง เพื่อนำไปพัฒนาระบบชาร์จและรูปแบบการสนับสนุนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ กทม. ก้าวสู่เมืองที่สะอาดและคุณภาพชีวิตดีขึ้น
โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกรุงเทพมหานครในการบูรณาการเทคโนโลยี วินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เข้ากับวิถีชีวิตคนเมือง เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังทั้งด้านมลพิษและเศรษฐกิจฐานราก โดยมีนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ด้านความยั่งยืน และ รศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์ MOVE ร่วมขับเคลื่อน เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ขับขี่และชาวกรุงเทพฯ ทุกคน


