อวสานดีไซน์ล้ำ จีนแบน "มือจับประตูรถ EV แบบซ่อน" เข้มความปลอดภัย
ทางการจีนประกาศห้ามใช้ "มือจับประตูแบบซ่อน" ในรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2027
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับวงการยานยนต์โลก ด้วยการประกาศกฎระเบียบความปลอดภัยฉบับใหม่เมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่า รถยนต์ที่วางจำหน่ายในประเทศจีนจะต้องติดตั้งระบบปลดล็อกประตูแบบกลไก (Mechanical Release) ที่สามารถใช้งานได้จริงทั้งจากภายในและภายนอกตัวรถเท่านั้น
กฎระเบียบดังกล่าวส่งผลให้ "มือจับประตูแบบซ่อน" หรือดีไซน์มือจับที่เรียบเนียนไปกับตัวถังรถ (Flush Door Handles) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจาก Tesla Inc. กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายในจีน โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป
ส่วนรถยนต์รุ่นที่ผ่านการอนุมัติแล้วและกำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเตรียมเปิดตัว จะได้รับการผ่อนผันให้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้จนถึงเดือนมกราคม 2029
แม้กฎระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้เฉพาะในจีน แต่ด้วยอิทธิพลมหาศาลของตลาดรถยนต์จีนที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้คาดการณ์ว่ามาตรฐานนี้จะส่งแรงกระเพื่อมไปยังภูมิภาคอื่น ๆ
โดยปัจจุบัน ดีไซน์ประตูของ Tesla เองก็กำลังถูกสอบสวนเรื่องความปลอดภัยในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปก็กำลังพิจารณาออกกฎเกณฑ์ในลักษณะเดียวกัน
บิล รัสโซ ผู้ก่อตั้ง Automobility บริษัทที่ปรึกษาในเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า "จีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากสถานะการเป็นเพียงตลาดรถ EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไปสู่การเป็น 'ผู้กำหนดกฎเกณฑ์' ในการกำกับดูแลเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่"
"การขยับตัวก่อนใครของปักกิ่ง คือการใช้ความได้เปรียบของตลาดในประเทศขนาดมหึมา เพื่อล็อกมาตรฐานความปลอดภัยที่ทั้งค่ายรถจีนและค่ายรถต่างชาติต้องปฏิบัติตาม ซึ่งท้ายที่สุด มาตรฐานเหล่านี้ก็จะติดไปกับรถ EV ที่จีนส่งออก และกลายเป็นบรรทัดฐานของโลกไปโดยปริยาย"
ต้นทุนการปรับเปลี่ยนและผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างภาระต้นทุนให้แก่ผู้ผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แหล่งข่าวจากผู้ผลิตรถยนต์ EV รายหนึ่งเปิดเผยกับ Bloomberg ว่า การออกแบบระบบใหม่ทั้งหมดอาจต้องใช้งบประมาณสูงกว่า 100 ล้านหยวน (ประมาณ 450 ล้านบาท) ต่อรถหนึ่งรุ่น
ข้อมูลจาก China Daily ระบุว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา รถยนต์พลังงานใหม่ที่มียอดขายสูงสุด 100 อันดับแรก กว่า 60% ล้วนใช้ดีไซน์มือจับประตูแบบซ่อน ดังนั้นกลุ่มรถยนต์ระดับหรูที่เน้นดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย จึงเป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับภาระในการปรับปรุงมากที่สุด
รถยนต์รุ่นที่ต้องปรับตัวตามกฎระเบียบนี้ ได้แก่ Tesla Model Y และ Model 3 รวมถึง BMW iX3 เวอร์ชันจีนที่จะเปิดตัวในปี 2026 นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เจ้าถิ่นอย่าง ES8 ของ Nio, i8 ของ Li Auto และ P7 ของ Xpeng
แม้กระทั่งรถ SUV รุ่นใหม่อย่าง Xiaomi YU7 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงเช่นกัน ประเด็นเรื่องมือจับประตูของ Xiaomi ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ทางการจีนเร่งออกกฎควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
หลังจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับรถซีดานรุ่น SU7 ถึงสองครั้งเมื่อปีที่แล้ว (มีนาคมและตุลาคม) ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิต ทั้งที่หน่วยงานรัฐได้เริ่มตรวจสอบมาตรฐานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024
โดยกฎระเบียบใหม่ได้ระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
- ภายนอก: ต้องมีช่องเว้าขนาดไม่น้อยกว่า 6 x 2 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถสอดมือเข้าไปจับได้สะดวก
- ภายใน: ต้องระบุวิธีการเปิดประตูด้วยสัญลักษณ์ขนาดไม่เล็กกว่า 1 x 0.7 เซนติเมตร รวมถึงมีการกำหนดตำแหน่งของมือจับและป้ายสัญลักษณ์ไว้อย่างเคร่งครัด
แม้การใช้มาตรฐานเดียวบังคับใช้กับทุกค่าย (One-size-fits-all) อาจส่งผลกระทบต่อความคิดสร้างสรรค์ในจีนที่เป็นผู้นำเทคโนโลยี EV โลก แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ทำให้ระบบความปลอดภัยเสริมแบบเดิม เช่น สายเคเบิลฉุกเฉิน หรือแบตเตอรี่สำรองสำหรับประตู กลายเป็นสิ่งซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นอีกต่อไป
ในขณะที่ตลาดอื่นอาจเลือกใช้ระบบไฮบริดที่ผสมผสานระบบไฟฟ้าและกลไกเข้าด้วยกัน ซึ่งค่ายรถยนต์ต่างชาติมักให้เหตุผลแย้งว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สัญชาตญาณธรรมชาติของมนุษย์คือการออกแรง "กระชาก" ประตูเพื่อเปิดออกมากกว่า
การปรับกลยุทธ์ของภาคอุตสาหกรรม
ผู้ผลิตรถยนต์จีนเริ่มปรับกลยุทธ์ล่วงหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สังเกตได้จากรถรุ่นใหม่อย่าง Geely Galaxy M9 และ BYD Seal 06 ที่กลับมาใช้ดีไซน์มือจับประตูแบบดั้งเดิมที่ยื่นออกมา
ในทางตรงกันข้าม ค่ายรถต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงสงวนท่าทีและไม่เปิดเผยรายละเอียดการปรับเปลี่ยนสำหรับตลาดจีน ทางด้าน Tesla ระบุเพียงว่าจะดำเนินการปรับปรุงตามความจำเป็น โดย ร็อบบิน เดนโฮล์ม ประธานบริษัท เคยกล่าวว่า Tesla กำลังพิจารณาใช้ระบบปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อแรงดันไฟฟ้าต่ำเพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัย
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ กฎระเบียบเรื่องมือจับประตูนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะสะท้อนให้เห็นว่า "จีน" กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางมาตรฐานความปลอดภัยโลก แทนที่ยุโรปหรือสหรัฐฯ
นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนยังมีแผนจำกัดอัตราเร่งของรถยนต์ และเตรียมยกระดับการกำกับดูแลระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในอนาคต


