กทม.จับมือนครนายก ใช้เทคโนโลยีสกัดเผานา ลดฝุ่น PM2.5 ข้ามจังหวัด
กทม. รุกฆาตฝุ่น PM2.5 ผนึกนครนายกและองค์กรโลก ใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์-โดรนสกัดเผานา พร้อมคุมเข้มควันดำ-โรงงาน ยกระดับคุณภาพอากาศเพื่อคนเมือง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมประชุมกับนายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เพื่อวางแนวทางบริหารจัดการฝุ่นละออง PM2.5 ข้ามจังหวัดแบบบูรณาการ
งานนี้มีการดึงความร่วมมือจากองค์กรระดับโลก อาทิ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) เข้ามาสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ
ชูโมเดล "นครนายก" สกัดการเผาข้ามแดน จากการวิเคราะห์พบว่า ปัญหาฝุ่นในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศปิดและการเผาชีวมวลในจังหวัดรอบนอก โดยเฉพาะจังหวัดนครนายกซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีตอซังข้าวสูง ทำให้กำจัดได้ยากหากไม่เผา ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีนำการแก้ไข เช่น
• ธนาคาร ADB สนับสนุนการใช้จุลินทรีย์และโดรนฉีดพ่นเพื่อช่วยย่อยสลายตอซังแทนการเผา
• BOI สนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการกำจัดตอซัง
• GIZ วางระบบควบคุมการเผาที่เหมาะสม
ผลจากการดำเนินงานเชิงรุกในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบว่าจุดเผาในนครนายกลดลงอย่างมาก ส่งผลให้สภาพอากาศในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
กทม. ตั้งเป้าจะขยายผลความร่วมมือนี้ไปยังอีก 5 จังหวัดปริมณฑลและพื้นที่รอบนอก ได้แก่ ปทุมธานี ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว
ยกระดับมาตรการคุมเข้มทุกมิติ นอกจากภาคการเกษตรแล้ว กทม. ยังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานรัฐเพื่อกวาดล้างต้นตอฝุ่นอื่น ๆ เช่น การปรับมาตรฐานตรวจวัดควันดำให้เข้มงวดขึ้นจนสามารถ
ตรวจจับรถควันดำได้มากขึ้นถึง 4 เท่า รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยควันจากโรงงานอุตสาหกรรม และการขอความร่วมมือภาคเอกชนให้ใช้มาตรการ Work From Home ในช่วงวิกฤตเพื่อลดฝุ่นจากการจราจร
นายชัชชาติย้ำว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือการใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมฝุ่นที่มีที่มาจากหลายปัจจัยและพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


