เผยโฉมสะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา ย่านทรงวาด ฟื้นเมืองเก่าสู่แลนด์มาร์กใหม่
โครงการสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านทรงวาด เชื่อมพระนคร–ธนบุรี เสริมเมืองเดินได้ ฟื้นเศรษฐกิจและชีวิตเมืองเก่า สู่พื้นที่สาธารณะและแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ
KEY
POINTS
- โครงการสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมย่านทรงวาด (ฝั่งพระนคร) กับฝั่งธนบุรี เพิ่มทางเลือกการสัญจรสำหรับคนเดินเท้าและจักรยานโดยเฉพาะ
- สะพานไม่ได้เป็นเพียงทางข้าม แต่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สาธารณะและจุดชมวิวริมแม่น้ำ เพื่อยกระดับภูมิทัศน์และสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ให้กับกรุงเทพฯ
- โครงการนี้สะท้อนทิศทางการพัฒนาเมืองที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง (Human-Centered) ส่งเสริมแนวคิด "เมืองเดินได้" เพื่อฟื้นฟูย่านเมืองเก่าและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน
แนวคิดโครงการ "สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา" เป็นหนึ่งในข้อเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมืองที่น่าสนใจของกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกระดับโลก MVRDV มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสัญจรของประชาชนระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ปัจจุบันการเดินทางข้ามแม่น้ำยังพึ่งพาสะพานรถยนต์เป็นหลัก หรือการใช้เรือข้ามฟากที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและความสะดวก โครงการนี้จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างของระบบคมนาคมสำหรับคนเดินเท้าและผู้ใช้จักรยานโดยเฉพาะ
พื้นที่โครงการครอบคลุมแนวแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงระหว่าง สะพานพระปกเกล้า และ สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยฝั่งพระนครจะเชื่อมต่อกับย่านถนนทรงวาด ขณะที่ฝั่งธนบุรีเชื่อมโยงกับบริเวณวัดทองธรรมชาติ สะพานแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางสัญจรที่ปลอดภัย ราบรื่น และเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่เพียงรองรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยังเอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในย่านเมืองเก่าทั้งสองฝั่งแม่น้ำ
ในด้านการใช้งาน สะพานไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงโครงสร้างเชื่อมต่อพื้นที่เท่านั้น แต่ยังถูกวางบทบาทให้เป็น พื้นที่สาธารณะของเมือง ที่ผู้คนสามารถเดิน พักผ่อน และชมทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “เมืองเดินได้” และการออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมการเดินทางที่ลดการพึ่งพารถยนต์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาแนวทาง ออกแบบเบื้องต้น และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติงบประมาณจากสภากรุงเทพมหานครก่อนจึงจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในอนาคต หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง จะไม่เพียงช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางข้ามแม่น้ำ แต่ยังมีศักยภาพในการยกระดับภูมิทัศน์เมือง และกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่สะท้อนภาพกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่ให้ความสำคัญกับคนและพื้นที่สาธารณะอย่างแท้จริง
การออกแบบเมืองที่ให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นศูนย์กลาง
โครงการ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ ที่เริ่มขยับจากการเน้นระบบคมนาคมเพื่อรถยนต์ ไปสู่การออกแบบเมืองที่ให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นศูนย์กลาง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการของ Smart City และ Human-Centered Design ซึ่งมองว่าการเดินเท้าและการใช้จักรยานไม่ใช่เพียงทางเลือกเสริม แต่เป็นองค์ประกอบหลักของระบบคมนาคมเมืองที่มีคุณภาพ โครงการนี้จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดในการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ซึ่งแม้จะอยู่ใกล้กันทางภูมิศาสตร์ แต่กลับถูกแยกขาดด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ให้รถยนต์เป็นหลัก
ในเชิงผังเมือง การวางตำแหน่งสะพานในช่วงระหว่างสะพานพระปกเกล้าและสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยเติมเต็มโครงข่ายการสัญจรของคนเดินเท้าให้ต่อเนื่องมากขึ้น การเชื่อมย่านถนนทรงวาดกับฝั่งธนบุรีบริเวณวัดทองธรรมชาติ ไม่เพียงลดระยะทางการเดินทาง แต่ยังช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจระดับชุมชน เชื่อมย่านประวัติศาสตร์ การค้า และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันในลักษณะของ Walkable City Network ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะในหลายประเทศ
บทบาทของสะพานแห่งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นโครงสร้างคมนาคม แต่ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็น Public Space Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพื้นที่สาธารณะ กล่าวคือ เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้เวลา เดิน พักผ่อน และมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แนวคิดนี้สะท้อนการมองโครงสร้างพื้นฐานในมิติใหม่ ที่ไม่แยกฟังก์ชันการใช้งานออกจากคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นหลักคิดสำคัญของ Smart City ที่เน้นทั้งประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และความน่าอยู่ควบคู่กันไป
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม โครงการสะพานคนเดินยังสอดรับกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของเมือง ผ่านการส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานแทนการเดินทางด้วยรถยนต์ระยะสั้น หากได้รับการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะและทางเดินเท้าโดยรอบอย่างเป็นระบบ สะพานแห่งนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Low-Carbon Urban Mobility ที่ช่วยลดภาระด้านการจราจร พร้อมทั้งสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตเมืองที่ยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
ติดตามข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแนวคิดโครงการได้ที่ นโยบาย P023 เสริมศักยภาพสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเว็บไซต์ openpolicy.bangkok.go.th
ที่มา: urbancreature.co
กรุงเทพมหานคร
www.timeout.com
.


