posttoday

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

09 มกราคม 2569

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่บูรณาการงานวิจัย Big Data นโยบาย และการมีส่วนร่วมของชุมชน รับมือฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมภาคเหนือในระยะยาว

KEY

POINTS

  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใช้แนวทางบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อสร้างระบบติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และจุดความร้อนแบบเรียลไทม์ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำและเปลี่ยนการทำงานจากการตั้งรับเป็นการจัดการเชิงรุก
  • พัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อแก้ปัญหาและคุ้มครองสุขภาพประชาชน เช่น ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิง "ไฟดี (FireD)" เพื่อลดการเผา, การใช้ UAV และ AI ตรวจจับไฟป่า, และกล่องฟอกอากาศ DIY สำหรับกลุ่มเปราะบาง
  • เน้นการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อผลักดันแผนจัดการมลพิษและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน

สถานการณ์หมอกควันและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และ PM2.5 เป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาหลักของภูมิภาค ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการยกระดับการสื่อสารเชิงรุกและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการมีอากาศสะอาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และกลไกการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดทิศทางการทำงานหลัก 3 ประเด็น ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศเชิงลึกเพื่อการติดตามสถานการณ์อย่างแม่นยำ การวิจัยเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาแผนจัดการมลพิษทางอากาศระดับพื้นที่เชื่อมโยงสู่ระดับประเทศ และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและชุมชนในพื้นที่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างยั่งยืน

 

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

 

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการ และผลักดันการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการลดมลพิษทางอากาศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพของประชาชน และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

 

ในเชิงพื้นที่ มช. ได้ดำเนินงานวิจัยแบบมุ่งเป้า ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติการลดไฟในพื้นที่ป่าไม้ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน มิติการเชื่อมโยงระบบข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างตรงจุด และมิตินโยบายและการสื่อสารเชิงรุกที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ พร้อมผลักดันแผนการรับมือปัญหาหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่และขยายผลสู่ระดับภูมิภาค

 

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

 

ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตหมอกควัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พัฒนานวัตกรรมและระบบสนับสนุนการตัดสินใจ อาทิ ระบบ PM2.5 Big Data ที่บูรณาการข้อมูลฝุ่น จุดความร้อน และข้อมูลจากหลายหน่วยงานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมแสดงผลผ่าน Dashboard และแผนที่ภูมิสารสนเทศแบบเรียลไทม์ เพื่อเปลี่ยนการทำงานจากการตั้งรับเป็นการจัดการเชิงรุก ควบคู่กับการจัดทำ Baseline Database ของจุดความร้อนและฝุ่น PM2.5 ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายบนฐานข้อมูลจริง (Data-Driven Policy)

 

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนานวัตกรรม “ไฟดี (FireD)” ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล ที่ช่วยให้จังหวัดเชียงใหม่สามารถกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัดการเชื้อเพลิงและควบคุมการเผาอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อนและปัญหามลพิษจากการเผาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

 

ในช่วงระหว่างเกิดปัญหาหมอกควัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เสริมศักยภาพการเฝ้าระวังและตอบสนองสถานการณ์อย่างทันท่วงที ผ่านสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบนดาดฟ้าอาคารคณะวิทยาศาสตร์ ระบบติดตามคุณภาพอากาศสำหรับประชาชนผ่าน Line Official Account “Air Quality by CMU” รวมถึงการใช้เทคโนโลยี UAV และ AI ในการตรวจจับไฟป่า และแพลตฟอร์มดิจิทัล “Fireman” ที่แสดงตำแหน่งไฟและเจ้าหน้าที่ภาคสนามแบบเรียลไทม์ เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

 

ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน เช่น CleanAirNET Dust Response Kit หรือกล่องลังฟอกอากาศ DIY และระบบมุ้งความดันบวก ซึ่งชุมชนสามารถผลิตเองได้ด้วยต้นทุนต่ำ แต่มีประสิทธิภาพในการลดฝุ่น PM2.5 ระดับวิกฤต ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงอากาศสะอาดได้อย่างรวดเร็ว

 

มช. เสนอโมเดล สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือ สู่เป้าอากาศสะอาดยั่งยืน

 

หลังผ่านฤดูหมอกควัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมนำข้อมูลจาก Baseline Database และ PM2.5 Big Data มาถอดบทเรียน ประเมินผล และพัฒนานโยบายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูหมอกควันถัดไป

 

การดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้แผนงาน P24 “การลดไฟในป่ากรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ นโยบาย และการสื่อสารเชิงรุก: Air for All” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และขยายผลสู่แผนงานลดการเผาในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ครอบคลุม 9 จังหวัด เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค

 

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังร่วมกับมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สานต่อโครงการสร้างห้องปลอดฝุ่นและระบบเติมอากาศสะอาดให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในภาคเหนือจำนวน 603 แห่ง เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชนจากอันตรายของฝุ่น PM2.5 และส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

 

การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นับเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูล วิชาการ นโยบาย และพลังของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่คุณภาพอากาศที่ดีขึ้น สุขภาพที่ดีของประชาชน และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมภาคเหนือในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทองคำทำสถิติใหม่รับแรงหนุนดอกเบี้ยขาลงและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์