รถไฟฟ้ารางเบา : นวัตกรรมแก้จราจรเมืองใหญ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
เจาะลึกโครงการ LRT ขนส่งมวลชนยุคใหม่ที่ประหยัดกว่ารถไฟฟ้ารางหนัก ชูโมเดล ขอนแก่น-ภูเก็ต มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมสร้างอุตสาหกรรมระบบรางโดยคนไทย
KEY
POINTS
- เจาะลึกโครงการ LRT ขนส่งมวลชนยุคใหม่ที่ประหยัดกว่ารถไฟฟ้ารางหนัก ชูโมเดลขอนแก่น-ภูเก็ต มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมสร้างอุตสาหกรรมระบบรางโดยคนไทย
- รถไฟฟ้ารางเบาเป็นนวัตกรรมขนส่งมวลชนทางเลือกสำหรับแก้ปัญหาจราจรในเมืองใหญ่และเมืองรอง มีต้นทุนการก่อสร้างต่ำกว่ารถไฟฟ้าสายหลัก เพราะวิ่งบนพื้นผิวจราจรร่วมกับรถยนต์ได้
- โครงการมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตรถไฟและชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อลดต้นทุนนำเข้า สร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
- ปัจจุบันมีการผลักดันโครงการในหลายจังหวัด โดยมีขอนแก่นเป็นโครงการนำร่องที่ขับเคลื่อนโดยท้องถิ่น และภูเก็ตที่อยู่ในขั้นตอนการศึกษารูปแบบร่วมลงทุน (PPP)
รถไฟฟ้ารางเบา: ระบบขนส่งอนาคตเพื่อแก้ปัญหาเมืองและอุตสาหกรรมไทย
ในปัจจุบัน จังหวัดใหญ่ที่มีความหนาแน่นทางธุรกิจและเศรษฐกิจสูงมักเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit หรือ LRT/Tram) จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ
เนื่องจากเป็นระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะกับเมืองรองที่มีความหนาแน่นประชากรไม่สูงเท่าเมืองหลวง โดยจุดเด่นที่สุดคือรางจะถูกฝังไว้บนพื้นผิวจราจร ทำให้สามารถวิ่งร่วมกับรถยนต์ได้ และมีค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไม่ถึง 50% เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้ารางหนักอย่าง BTS หรือ MRT
เปิดโครงการและแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย
โครงการนี้เกิดจากความต้องการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเข้ากับภาคเอกชนไทย โดยมี “โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย” เป็นตัวชูโรง ระบบนี้มีนวัตกรรมที่น่าสนใจ เช่น มอเตอร์ลากจูงชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (PMSM) ซึ่งประหยัดพลังงานและมีเสียงเงียบ
หากประเทศไทยสามารถผลิตรถไฟฟ้าได้เองจะช่วยลดต้นทุนจากขบวนละ 90 ล้านบาทเหลือเพียง 70 ล้านบาท และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง Supply Chain ในประเทศ ทั้งการผลิตโบกี้ ตัวถัง และระบบอาณัติสัญญาณ ซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินมหาศาลแทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ความคืบหน้าในจังหวัดต่างๆ
ประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่เริ่มดำเนินการหรืออยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ LRT
- จังหวัดขอนแก่น (โครงการนำร่อง): ดำเนินการโดยบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) ซึ่งเป็นวิสาหกิจของ 5 เทศบาลในท้องถิ่น
เส้นทาง: สายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ระยะทางประมาณ 22.8 - 26 กิโลเมตร จำนวน 16-21 สถานี
ความน่าสนใจ: เป็นโครงการที่ "คนท้องถิ่นร่วมกันลงมือทำ" โดยไม่ใช้งบประมาณภาษี แต่ใช้การกู้เงินเชิงโครงการ (Project Finance) และมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ งานออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “จักสาน ถักทอ : Weaving”
- จังหวัดภูเก็ต: อยู่ในขั้นตอนศึกษาและเตรียมร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)
เส้นทาง: ระยะที่ 1 จากสนามบินภูเก็ต - ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กม.
ความน่าสนใจ: มีรูปแบบเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งระดับดิน ทางยกระดับ และทางลอดใต้ดิน (อุโมงค์) 3 จุด เพื่อลดผลกระทบต่อจราจรเดิม
- จังหวัดอื่นๆ ที่กำลังศึกษา/ดำเนินการ
- กรุงเทพฯ/สมุทรปราการ: สายบางนา-สุวรรณภูมิ พัฒนาเป็นระบบรองเชื่อมเข้าสนามบิน
- เชียงใหม่: อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของระบบ LRT
- พัทยา (ชลบุรี): ศึกษาโมโนเรลสายสีเขียวเชื่อมสถานีรถไฟพัทยาไปยังแหลมบาลีฮาย
- นครราชสีมา, พิษณุโลก, อุดรธานี, สงขลา: อยู่ในแผนเสนอโครงการและศึกษาความเหมาะสม
ความท้าทายและแนวทางการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่นี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกายภาพมากมาย เช่น สะพานลอยคนเดินข้ามที่ต้องปรับปรุงเพิ่มช่องลอด ทางแยกสัญญาณไฟที่ต้องติดตั้งระบบ TSP (Transit Signal Priority) เพื่อให้รถรางเดินรถได้อย่างสอดคล้องกับจราจร รวมถึงการจัดการกับแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อระบายน้ำตลอดเส้นทาง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) และจุดจอดแล้วจร (Park & Ride) อย่างไรก็ตาม หากสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ โครงการ LRT จะกลายเป็นรากฐานที่ทำให้เมืองแข็งแรง ช่วยลดมลพิษ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


