posttoday
ส่อง 11 เมกะโปรเจกต์ "คมนาคม" 3.59 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2569

ส่อง 11 เมกะโปรเจกต์ "คมนาคม" 3.59 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2569

06 มกราคม 2569

สำรวจเมกะโปรเจ็กต์ 11 โครงการ กระทรวงคมนาคม มูลค่ารวมกว่า 359,804 ล้านบาท เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ในการเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ 11 เมกะโปรเจกต์ มูลค่ารวมกว่า 3.59 แสนล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาในปี 2569 เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
  • โครงการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ โครงข่ายถนนและทางพิเศษ, การพัฒนาระบบราง และการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และกระจายความเจริญ
  • การลงทุนที่สำคัญประกอบด้วยการสร้างโครงข่ายถนนวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ให้สมบูรณ์ และการพัฒนารถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า

ในปี 2569 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีผลผูกพันทางงบประมาณ ท่ามกลางบริบทดังกล่าว กระทรวงคมนาคมซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 8.52% จากปีก่อนหน้า เป็นวงเงินรวม 265,406.77 ล้านบาท ได้เตรียมความพร้อมในการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาอนุมัติทันที

 

ทั้งนี้ โครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวน 11 โครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 359,804 ล้านบาท ถือเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวนมากในภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม

 

โพสต์ทูเดย์ชวนสำรวจรายละเอียดของเมกะโปรเจกต์ทั้ง 11 โครงการ โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 หมวดหลัก ได้แก่ โครงข่ายถนนและทางพิเศษ, การพัฒนาระบบราง และการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อให้เห็นภาพรวมของทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

 

โครงข่ายถนนและทางพิเศษ เส้นเลือดใหญ่แห่งใหม่ของประเทศ

 

การพัฒนาโครงข่ายถนนและทางพิเศษถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของประชาชน และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่างๆ โครงการในหมวดนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของไทย

 

ตารางสรุปโครงการพัฒนาทางถนนและทางพิเศษ 6 โครงการ

ส่อง 11 เมกะโปรเจกต์ "คมนาคม" 3.59 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2569

 

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการในหมวดนี้มีความชัดเจนในการเชื่อมโยงโครงข่ายให้สมบูรณ์ โดยโครงการอย่าง ทางพิเศษสายฉลองรัช-วงแหวนฯ, M9 บางบัวทอง-บางปะอิน และทางพิเศษศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ จะทำงานประสานกันเพื่อสร้างโครงข่ายถนนวงแหวนและเส้นทางเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองหลวงที่สมบูรณ์และยืดหยุ่น การเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายหลักในกรุงเทพฯ นี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นเลือดใหญ่ที่กระจายสู่ภูมิภาค เช่น มอเตอร์เวย์ M8 สายนครปฐม-ชะอำ และทางพิเศษในภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่เป้าหมาย

 

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงข่ายถนนแล้ว การลงทุนในระบบรางถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการขนส่งในอีกมิติหนึ่ง

 

การพัฒนาระบบราง พลิกโฉมการเดินทางและการขนส่งสายใต้

 

การพัฒนารถไฟทางคู่ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของระบบรางของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางสายใต้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร แต่ยังเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการขนส่งสินค้าที่เชื่อมต่อไปยังประตูการค้าชายแดนภาคใต้ โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ซึ่งมีความพร้อมเสนอ ครม. รวม 3 ช่วง มีมูลค่าการลงทุนรวม 101,251 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

ตารางสรุปโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 3 โครงการ

ส่อง 11 เมกะโปรเจกต์ "คมนาคม" 3.59 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2569

โครงการทั้งสามช่วงจะทำงานเชื่อมต่อกันเพื่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจทางราง (Rail Economic Corridor) ที่สมบูรณ์ในภาคใต้ ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการเปิดเส้นทางการขนส่งสินค้าปริมาณมากอย่างไร้รอยต่อจากพื้นที่ส่วนกลางลงสู่ประตูการค้าชายแดนภาคใต้ เช่น ด่านปาดังเบซาร์ อันจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพทางการค้าข้ามพรมแดนกับมาเลเซียและประเทศอื่นๆ และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากการขนส่งภาคพื้นดินแล้ว การพัฒนาประตูสู่ประเทศทางอากาศก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวและบริการ

 

การพัฒนาท่าอากาศยาน ประตูสู่โอกาสและการท่องเที่ยว

 

ท่าอากาศยานเปรียบเสมือนประตูหลักของประเทศในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภาคบริการและเศรษฐกิจโดยรวม การลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานหลักจึงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต

 

ตารางสรุปโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน 4 แห่ง

ส่อง 11 เมกะโปรเจกต์ "คมนาคม" 3.59 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2569

การลงทุนครั้งนี้จะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานหลัก 4 แห่งรวมกันถึง 42.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพของประเทศขึ้นอย่างก้าวกระโดด การขยายตัวเชิงยุทธศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาความแออัดในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาและต่อยอดความเป็นศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

 

นอกเหนือจาก 11 โครงการที่เตรียมพร้อมเสนอ ครม. ชุดใหม่แล้ว ยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่อื่นๆ ที่รอการตัดสินใจเชิงนโยบาย ซึ่งสะท้อนภาพรวมการลงทุนที่ใหญ่กว่าและมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศเช่นกัน

 

โครงการลงทุนที่น่าจับตา นอกเหนือจาก 11 โครงการหลัก

 

นอกจาก 11 โครงการที่พร้อมเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ชุดใหม่แล้ว ยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ค้างการพิจารณาจากปีก่อนๆ ซึ่งรอการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนต่อไป โครงการที่น่าจับตาเป็นพิเศษประกอบด้วย

  • รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โครงการนี้อยู่ในสถานะรอ ครม. พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในสัญญาร่วมทุน ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการเดินหน้าโครงการต่อไป
  • โครงการแลนด์บริดจ์ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ มูลค่าการลงทุนสูงถึง 9.9 แสนล้านบาท ปัจจุบันได้ศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบการลงทุนเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างรอการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. .... (พ.ร.บ.SEC)

 

โครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสมหาศาลที่รออยู่เบื้องหน้า ซึ่งนำไปสู่บทสรุปของภาพรวมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

 

อนาคตเศรษฐกิจไทยบนเส้นทางเมกะโปรเจกต์

 

โครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 11 โครงการที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอต่อ ครม. ชุดใหม่ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3.59 แสนล้านบาท ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ

 

หากโครงการเหล่านี้ได้รับการอนุมัติและผลักดันให้เกิดขึ้นจริง คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นผ่านการลงทุนและการจ้างงานในภาคการก่อสร้าง ไปจนถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ผ่านโครงข่ายคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ทั้งทางถนน ระบบราง และทางอากาศ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและบริการ

 


ท้ายที่สุด การพิจารณาอนุมัติและการขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพโดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเป็นปัจจัยชี้ขาดที่กำหนดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยในอีกหลายปีข้างหน้าอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

 

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

MEA ติด Smart Meter บ้านผู้ป่วยใช้เครื่องมือแพทย์ ลุยตรวจจับไฟดับเรียลไทม์

MEA ติด Smart Meter บ้านผู้ป่วยใช้เครื่องมือแพทย์ ลุยตรวจจับไฟดับเรียลไทม์