posttoday

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

03 มกราคม 2569

เมื่ออุณหภูทิเฉลี่ยของโลกเสี่ยงระอุแตะ 3 องศา รายงาน WEF ชี้ทางออกใน 10 เทคโนโลยีดาวรุ่ง ตั้งแต่ระบบอาหาร พลังงานสะอาด ถึงการฟื้นฟูทรัพยากร คือความหวังใหม่ของมนุษยชาติ!

KEY

POINTS

  • นวัตกรรมด้านระบบอาหารและการเกษตร เช่น การหมักที่แม่นยำ และแอมโมเนียสีเขียว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
  • เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน อาทิ การดักจับก๊าซมีเทน คอนกรีตสีเขียว และพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อลดคาร์บอนในภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ
  • การใช้เทคโนโลยีเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อวิกฤต เช่น การสังเกตการณ์โลกที่ทันท่วงที และการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลแบบฟื้นฟู
  • ความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ เจตจำนงทางการเมือง การลงทุน นโยบายที่เหมาะสม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เผชิญหน้าความจริงของวิกฤตการณ์และแสงสว่างแห่งความหวังจากเทคโนโลยี

 

ขึ้นศักราชใหม่พร้อมกับการยอมรับความจริงว่า โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัว จากรายงาน Insight Report ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025 จาก World Economic Forum ยืนยันว่า ตลอดทั้งปี 2024 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกได้พุ่งสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.5°C อย่างต่อเนื่อง และหากเรายังคงดำเนินไปบนเส้นทางเดิม การคาดการณ์ในปัจจุบันชี้ว่าโลกกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะโลกร้อนที่อาจเป็นหายนะที่ระดับ 3°C ภายในสิ้นศตวรรษนี้

 

วิกฤตการณ์นี้ต้องการการลงมือทำอย่างเร่งด่วนและเฉียบคม และท่ามกลางความท้าทายนี้ เทคโนโลยีคือนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ที่มอบแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการรับมือและพลิกฟื้นสถานการณ์

 

โพสต์ทูเดย์ได้เรียบเรียงบทวิเคราะห์ 10 นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตจากรายงาน "10 Emerging Technology Solutions for Planetary Health" ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง World Economic Forum และ Frontiers เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันจากศักยภาพในการเร่งจัดการกับปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศและฟื้นฟูสุขภาวะของโลก (Planetary Health) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

ดังที่ Jeremy Jurgens, Managing Director ของ World Economic Forum ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญว่า

 

“ความจริงอันเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นชัดเจน แต่สิ่งที่ยังมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนักคือเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว และวิธีการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ในรูปแบบใหม่เพื่อสร้างทางออก”

 

บทความนี้จะสำรวจถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของนวัตกรรมเหล่านี้ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นสำหรับผู้นำทั่วโลกในการตัดสินใจและลงมือปฏิบัติการด้วยความเร็วและในระดับที่จำเป็นต่อการรับมือวิกฤต เริ่มต้นการสำรวจจากรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ นั่นคือระบบอาหารและการเกษตร ซึ่งเป็นจุดคานงัดที่ทรงพลังที่สุดจุดหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

 

1.

การปฏิวัติระบบอาหารและเกษตรกรรม เลี้ยงดูโลกอย่างยั่งยืน

ระบบอาหารและเกษตรกรรมในปัจจุบันเป็นดาบสองคม มันหล่อเลี้ยงประชากรโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในตัวเร่งวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ใหญ่ที่สุดผ่านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ที่ดิน และทรัพยากรน้ำมหาศาล การปฏิวัติระบบนี้จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อความอยู่รอด นวัตกรรมต่อไปนี้คือเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

การหมักที่แม่นยำ (Precision fermentation) เทคโนโลยีนี้ใช้จุลินทรีย์ในการผลิตโปรตีนชนิดเดียวกับที่พบในสัตว์ ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์อาหาร วัสดุ และยา โดยไม่ต้องพึ่งพาสัตว์ ซึ่งจะช่วยลดความต้องการพืชอาหารสัตว์อย่างมหาศาล ลดการใช้น้ำและพลังงานในกระบวนการผลิต และที่สำคัญคือลดการปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรงจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์

 

การผลิตแอมโมเนียสีเขียว (Green ammonia production) แอมโมเนียเป็นหัวใจของการผลิตปุ๋ย แต่กระบวนการผลิตแอมโมเนียแบบดั้งเดิมปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง เทคโนโลยีแอมโมเนียสีเขียวใช้พลังงานหมุนเวียนแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้การผลิตปุ๋ยสะอาดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แอมโมเนียยังมีศักยภาพเป็นเชื้อเพลิงสะอาดสำหรับการขนส่งทางเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ลดคาร์บอนได้ยากที่สุดของโลก

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

การนำขยะอาหารกลับมาใช้ใหม่โดยอัตโนมัติ (Automated food waste upcycling) ระบบคัดแยกอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์และ AI สามารถตรวจจับและแยกขยะอาหารออกจากขยะประเภทอื่นได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าขยะอาหารนั้นจะปนเปื้อนหรือผสมอยู่กับบรรจุภัณฑ์ก็ตาม ทำให้สามารถนำขยะอาหารกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในฐานะผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น ปุ๋ยหมักคุณภาพดี อาหารสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

เทคโนโลยีฟื้นฟูสุขภาพดิน (Soil health technology convergence) ดินที่เสื่อมโทรมคือปัญหาใหญ่ของภาคเกษตรกรรมทั่วโลก เทคโนโลยีนี้คือการผสานการทำงานของเซ็นเซอร์ที่ตรวจวัดสภาพดิน จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และฟื้นฟูคุณภาพดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังช่วยให้ดินสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากขึ้นและสนับสนุนความหลากหลายของระบบนิเวศโดยรวม

 

นวัตกรรมเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกัน จะไม่เพียงแต่ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างความยืดหยุ่น (resilience) ให้กับห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงระดับโลก

 

2.

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงาน อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน

พลังงานและอุตสาหกรรมคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจโลก แต่โครงสร้างปัจจุบันที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังทำให้โลกของเราเปราะบาง การลดคาร์บอนในภาคส่วนนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางภูมิอากาศในระยะยาว และเทคโนโลยีต่อไปนี้คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นได้จริง

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

การดักจับและใช้ประโยชน์จากก๊าซมีเทน (Methane capture and utilization) ก๊าซมีเทนมีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่าในระยะสั้น เครื่องมือใหม่ๆ สามารถตรวจจับและดักจับการรั่วไหลของก๊าซมีเทนจากแหล่งต่างๆ เช่น ฟาร์มปศุสัตว์ หลุมฝังกลบ และภาคอุตสาหกรรม ก่อนที่มันจะขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ นี่จึงถือเป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการชะลอภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน

 

คอนกรีตสีเขียว (Green concrete) อุตสาหกรรมการก่อสร้างเป็นอีกหนึ่งแหล่งปล่อยคาร์บอนที่สำคัญ คอนกรีตรุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบ และมีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในเนื้อคอนกรีต ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนให้อาคารและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ กลายเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนแทนที่จะเป็นแหล่งปล่อยมลพิษ

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

การชาร์จแบบสองทิศทางยุคใหม่ (Next-gen bi-directional charging) ระบบการชาร์จไฟฟ้ารูปแบบใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการ "รับ" ไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่เท่านั้น แต่ยังสามารถ "จ่าย" ไฟฟ้ากลับคืนสู่โครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือระบบกักเก็บพลังงานในบ้าน เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพให้กับโครงข่ายไฟฟ้า ทำให้สามารถบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนได้ดียิ่งขึ้น

 

10 สุดยอดนวัตกรรมเทคฯ พลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูสุขภาพโลก

 

พลังงานความร้อนใต้พิภพแบบโมดูลาร์ (Modular geothermal energy) พลังงานความร้อนใต้พิภพเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง นวัตกรรมระบบแบบโมดูลาร์ที่สร้างจากโรงงานและมีขนาดเล็กลง ทำให้สามารถติดตั้งได้ในหลากหลายพื้นที่มากขึ้น ช่วยให้ชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อถือได้และมีราคาที่เข้าถึงได้

 

เทคโนโลยีกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการลดคาร์บอน แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตที่มีเสถียรภาพและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk) ทางเศรษฐกิจที่ผูกติดอยู่กับเชื้อเพลิงฟอสซิล

 

3.

การฟื้นฟูทรัพยากรและเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว

ในขณะที่เราพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เราต้องยอมรับความจริงว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เกิดขึ้นแล้ว การบริหารจัดการทรัพยากรที่สำคัญอย่างน้ำจืด และการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองต่อวิกฤต จึงเป็นอีกแนวรบที่สำคัญอย่างยิ่ง

 

การสังเกตการณ์โลกที่ทันท่วงทีและจำเพาะเจาะจง (Timely and specific earth observation) ดาวเทียมและเซ็นเซอร์รุ่นใหม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างละเอียดและรวดเร็วแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือการตัดไม้ทำลายป่า ข้อมูลที่รวดเร็วและคมชัดขึ้นนี้เปรียบเสมือนดวงตาบนท้องฟ้าที่ช่วยให้ภาครัฐ บริษัทเอกชน และชุมชนท้องถิ่น สามารถประเมินความเสี่ยงและลงมือดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขได้ก่อนที่วิกฤตจะบานปลาย

 

การแยกเกลือออกจากน้ำทะเลแบบฟื้นฟู (Regenerative desalination) การขาดแคลนน้ำจืดเป็นปัญหาร้ายแรงในหลายภูมิภาคทั่วโลก ระบบแยกเกลือออกจากน้ำทะเลแบบใหม่นี้ผสานเยื่อกรอง (Membrane) ที่ล้ำสมัยเข้ากับพลังงานหมุนเวียน ทำให้สามารถผลิตน้ำดื่มที่สะอาดได้โดยใช้พลังงานน้อยกว่าวิธีดั้งเดิมอย่างมาก โครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จในอิตาลีและแคนาดาได้พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนในการสร้างความมั่นคงทางน้ำให้กับภูมิภาคแห้งแล้งทั่วโลก

 

นวัตกรรมในกลุ่มนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการตอบสนองต่อภัยพิบัติ ไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก โดยการใช้ข้อมูลเพื่อคาดการณ์และใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความมั่นคงในทรัพยากรพื้นฐาน ซึ่งเป็นหัวใจของการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว (adaptive capacity) ของสังคมโลก

 

4.

ปัจจัยสู่ความสำเร็จ จากนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง

แม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมอบความหวังและแนวทางที่เป็นรูปธรรม แต่การจะปลดล็อกศักยภาพของมันให้เกิดขึ้นจริงและขยายผลไปทั่วโลกนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยสนับสนุนที่นอกเหนือไปจากตัวเทคโนโลยีเอง รายงานได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จ ดังนี้

 

เจตจำนงทางการเมือง (Political will) ความมุ่งมั่นของผู้นำในการผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง

การลงทุนทางการเงินและทรัพยากร (Financial and material investment) การจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และขยายผล

การตระหนักรู้ของสาธารณชน (Public awareness) การสร้างความเข้าใจและความต้องการในสังคมเพื่อให้เกิดการยอมรับและการใช้งานในวงกว้าง

โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ

นโยบายและการกำกับดูแลที่รับผิดชอบ (Policy and responsible governance) การออกกฎระเบียบและนโยบายที่ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม

 

ดังนั้น ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ แต่อยู่ที่การสร้างระบบนิเวศทางนโยบายและการลงทุนที่เอื้อให้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วสามารถขยายผลได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

 

บทสรุป "อนาคตของโลกอยู่ในความร่วมมือ"

เทคโนโลยีทั้ง 10 รูปแบบที่นำเสนอในรายงานฉบับนี้ได้มอบความหวังและชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่การปฏิวัติระบบอาหารไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด นวัตกรรมเหล่านี้คือเครื่องมืออันทรงพลังที่เรามีอยู่ในมือ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ "ไม่มีเทคโนโลยีใดเพียงหนึ่งเดียวที่จะเป็นยาวิเศษ (silver bullet)" ที่สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานร่วมกัน เสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน และได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสม มันจะสามารถนำพาโลกของเราไปสู่สุขภาวะที่ดีขึ้นและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนได้

 

Frederick Fenter, Chief Executive Editor ของ Frontiers

 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้จะสำเร็จไม่ได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการลงมือทำร่วมกันของทุกภาคส่วน ดังที่ Frederick Fenter, Chief Executive Editor ของ Frontiers ได้ย้ำเตือนไว้ว่า

 

“วิทยาศาสตร์แบบเปิดและความร่วมมือข้ามภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากเราต้องการเปลี่ยนนวัตกรรมให้เกิดผลกระทบที่เป็นจริง”

 

ความร่วมมือคือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนศักยภาพของเทคโนโลยีให้กลายเป็นการลงมือทำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

 

 

ภาพและข้อมูล: reports.weforum.org

10 Emerging Technology Solutions for Planetary Health

ข่าวล่าสุด

ทัพเรือเข้มชายแดนจันทบุรี จับ 67 แรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง