posttoday

ดร.สามารถ ชี้สะพานสมุยไม่ใช่แค่ทางข้าม แต่คือโอกาสเศรษฐกิจใต้

02 มกราคม 2569

ดร.สามารถ ชี้โครงการสะพานเชื่อมเกาะสมุยของกทพ. จะพลิกภูมิศาสตร์เศรษฐกิจภาคใต้ ลดเวลาเดินทาง หนุนท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • โครงการสะพานเชื่อมเกาะสมุย-ดอนสัก จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางข้ามทะเลจากกว่า 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 20 นาที
  • สะพานจะเชื่อมโยงสมุย-พะงัน-ภูเก็ต สร้างคลัสเตอร์ท่องเที่ยวระดับโลก และลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ภาคใต้
  • นอกจากประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สะพานยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ให้เข้าถึงบริการสาธารณสุขและการศึกษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

“สะพานสมุย” ไม่ใช่แค่สะพาน
แต่คือ “โอกาส” ที่คนใต้เฝ้ารอ

กว่า 8 ปีแล้วที่ผมได้เสนอแนวคิด “สะพานเชื่อมเกาะสมุย” ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 วันนั้นหลายคนมองว่าเป็นเพียงความฝัน วันนี้…ความฝันนั้นกำลังขยับเข้าใกล้ความจริง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สู่หาดตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย ระยะทางรวมสะพานและถนนเชื่อมต่อ 37.41 กิโลเมตร ใช้โครงสร้างสะพานขึง งบลงทุนประมาณ 55,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และเปิดใช้งานได้ในปี 2577

ผลลัพธ์ที่ได้…ไม่ธรรมดา การข้ามทะเลจากที่ต้องรอเรือและนั่งเรือกว่า 2 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 20 นาทีเท่านั้น

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสะดวก” แต่คือการเปลี่ยน “ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของภาคใต้”

ลองนึกภาพดูนะครับ เมื่อสมุย–สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต ถูกเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายสะพานและมอเตอร์เวย์ การเดินทางจากสมุยไปภูเก็ต จากเดิมที่ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยใช้สะพานสมุยและมอเตอร์เวย์สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต ระยะทาง 236 กิโลเมตร ซึ่งผมอยากให้เร่งก่อสร้างควบคู่กันไป
 

แล้วประโยชน์คืออะไร

1. ยกระดับการท่องเที่ยวทั้งระบบ
นักท่องเที่ยวไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่เพียงเกาะเดียว สามารถขับรถท่องเที่ยวได้หลายแห่ง ทำให้สมุย–พะงัน–ภูเก็ต–อันดามัน กลายเป็น “คลัสเตอร์ท่องเที่ยวระดับโลก” นักท่องเที่ยวจะพักนานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น ช่วยกระจายรายได้จริง ไม่กระจุกตัวอยู่แค่โรงแรมขนาดใหญ่ ร้านอาหาร ชุมชน และเมืองรองจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

2. ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
ปัจจุบันการขนส่งต้องพึ่งพาเรือ ซึ่งมีต้นทุนด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงจากคลื่นลม ทำให้สินค้าเกษตรและอาหารทะเลเสียหายได้ง่าย ในอนาคตเมื่อมีสะพาน ต้นทุนการขนส่งจะลดลง เวลาการส่งสินค้ามีความแน่นอนมากขึ้น ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ เกิดคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า สมุยจะไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่จะเป็น “เมืองเศรษฐกิจ” ด้วย

3. ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนใต้
ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ต้องรอเรือ สามารถส่งต่อโรงพยาบาลได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงต่อชีวิต นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานสามารถเดินทางไปเรียนหรือทำงานบนฝั่งได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน

โดยสรุป “สะพานสมุย” ไม่ใช่แค่สะพานสำหรับการสัญจรเท่านั้น แต่คือสะพานแห่งโอกาส—โอกาสทองของคนใต้ โอกาสของเศรษฐกิจ และโอกาสของประเทศไทยในระยะยาว

เมื่อผลลัพธ์คือประโยชน์มหาศาลเช่นนี้ ผมขอพูดตรง ๆ ว่า ถึงเวลาเร่งลงมือก่อสร้าง “สะพานเชื่อมเกาะสมุย” ได้แล้ว

ขอยกธงเชียร์ กทพ. อย่างเต็มที่ครับ

แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ (คลิ๊ก)

ข่าวล่าสุด

ตามรอยไปอีกราย! ฝรั่งเศสเตรียมชงกฎหมายแบนโซเชียลอายุต่ำกว่า 15