กรุงเทพฯ ดาวเด่นติดอันดับ 22 เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2026
Resonance Consultancy จัดอันดับ “World’s Best Cities 2026” กรุงเทพฯ ติดอันดับ 23 ของโลก โดดเด่นด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และศักยภาพการเติบโตเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- กรุงเทพมหานครได้รับการจัดอันดับที่ 22 ในรายงาน “เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2026” โดยบริษัทที่ปรึกษา Resonance Consultancy จากการประเมินเมืองต่างๆ ทั่วโลก
- จุดแข็งสำคัญของกรุงเทพฯ คือด้าน "Lovability" (ความน่าหลงใหล) จากวัฒนธรรมและอาหาร และ "Prosperity" (ศักยภาพทางเศรษฐกิจ) โดยเฉพาะการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของภาคการท่องเที่ยว
- รายงานชี้ว่ากรุงเทพฯ ยังมีความท้าทายที่ต้องพัฒนาเพื่อขยับอันดับให้สูงขึ้นในอนาคต เช่น การขยายระบบขนส่งมวลชน การปรับปรุงคุณภาพอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน
รายงาน “World’s Best Cities for 2026” ที่จัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง Resonance Consultancy ได้เผยรายชื่อเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 โดยอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกจากทั้งข้อมูลจริง (quantitative data) และข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง (user-generated data) ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความอยู่ดีมีสุข วัฒนธรรม การเชื่อมต่อ และภาพลักษณ์ของเมืองในระดับโลก รายงานนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในดัชนีวัด “คุณภาพเมือง” ที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือที่สุดในโลก เนื่องจากผสานมุมมองของนักวิจัย นักวางผังเมือง และผู้คนกว่า 21,000 คนจาก 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่งตอบแบบสำรวจของ Ipsos เกี่ยวกับเมืองที่พวกเขาอยากอยู่อาศัย ทำงาน และลงทุนมากที่สุด
ในปีนี้ ลอนดอน (London) ยังคงครองตำแหน่ง “เมืองที่ดีที่สุดในโลก” เป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักรแห่งนี้โดดเด่นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น Livability (ความอยู่ดีมีสุข) ที่จัดอยู่ในอันดับ 3 ของโลก, Lovability (ความน่าหลงใหล) ที่อยู่ในอันดับ 2 และ Prosperity (ศักยภาพทางเศรษฐกิจ) ที่รั้งอันดับ 1 อย่างแข็งแกร่ง ลอนดอนถูกมองว่าเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา ผสมผสานทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอย่างลงตัว และยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการศึกษาอันดับต้นของโลก
ลำดับถัดมา นิวยอร์ก (New York) ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 2 สะท้อนถึงพลังทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก แม้จะเผชิญความท้าทายทางสังคมและการเมือง แต่เมืองนี้ก็ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้มีความสามารถจากทั่วโลก
ส่วนปารีส (Paris) คว้าอันดับ 3 ในฐานะ “ห้องทดลองของเมืองแห่งอนาคต” ที่หลอมรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าด้วยกัน ขณะที่เมืองอื่น ๆ ใน Top 10 ได้แก่ โตเกียว (Tokyo), มาดริด (Madrid), สิงคโปร์ (Singapore), โรม (Rome), ดูไบ (Dubai), เบอร์ลิน (Berlin) และบาร์เซโลนา (Barcelona) ซึ่งล้วนเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความสามารถในการดึงดูดผู้คน
รายงานฉบับนี้ยังเน้นให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญของเมืองในยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ เมืองที่ได้รับการจัดอันดับสูงในปี 2026 มักเป็นเมืองที่ลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า คลื่นความร้อน หรือการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ เมืองที่โดดเด่นยังต้องมุ่งพัฒนา “การเชื่อมต่อหลายมิติ” (multimodal connectivity) ระหว่างระบบขนส่ง มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (innovation ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวและเทคโนโลยีสะอาด (cleantech)
กรอบการประเมินของ Resonance อิงหลักการที่เรียกว่า “Place Power™ Score” ซึ่งประกอบด้วยสามเสาหลัก ได้แก่ Livability (ความน่าอยู่ – โครงสร้างพื้นฐาน สวนสาธารณะ การเดินเท้า คุณภาพอากาศ), Lovability (ความน่ารักน่าอยู่ – ศิลปวัฒนธรรม ไนต์ไลฟ์ การสื่อสารภาพลักษณ์) และ Prosperity (ความมั่งคั่ง – การจ้างงาน การศึกษา การเชื่อมต่อทางอากาศ และศักยภาพทางเศรษฐกิจ) โดยในปี 2026 Resonance ยังได้เพิ่มเกณฑ์ใหม่ เช่น ความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ (climate resilience), การผลิตเชิงกลับ (reshoring), รูปแบบการเคลื่อนย้ายใหม่ (new mobility) และภาพลักษณ์ระดับโลก (global perception) ซึ่งทั้งหมดสะท้อนแนวคิดว่า “เมืองแห่งอนาคต” จะต้องมีทั้งโครงสร้างทางกายภาพและจิตวิญญาณของเมืองที่พร้อมปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในรายชื่อ 100 เมืองที่ดีที่สุดในโลกปี 2026 น่าสังเกตว่า สหรัฐอเมริกาครองจำนวนเมืองมากที่สุดถึง 19 เมือง ตามด้วยเยอรมนี 8 เมือง และจีน 7 เมือง
อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากมีแนวโน้มฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตได้รวดเร็วกว่าทวีปอื่น ๆ โดยหนึ่งในดาวเด่นของภูมิภาคนี้คือ กรุงเทพมหานคร (Bangkok) ซึ่งได้รับการจัดให้อยู่ใน อันดับที่ 22 ของโลกในรายงานปี นี้
น่าสนใจจากการก้าวกระโดดจากอันดับที่ 32 ในปี 2025 มาถึง 10 อันดับสู่อันดับที่ 22 โดยรายงานระบุว่า กรุงเทพฯ ถูกมองว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้าน Lovability และ Prosperity เนื่องจากเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเด่นชัด อาหารอร่อย การต้อนรับอบอุ่น และมีความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง หลังจากช่วงโควิด-19 เมืองหลวงของไทยได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเศรษฐกิจ
Resonance ยังคาดการณ์ว่า กรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งในเมืองที่มี “การเติบโตของนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนมากกว่า 50% ในอีก 5 ปีข้างหน้า” ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการของประเทศ
อย่างไรก็ตาม รายงานยังสะท้อนถึง ความท้าทายที่กรุงเทพฯ ต้องเร่งปรับปรุง หากต้องการก้าวเข้าสู่ระดับ Top 20 ในอนาคต ได้แก่ ระบบขนส่งมวลชนที่ยังต้องขยายความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่เมืองและชานเมือง คุณภาพอากาศที่ยังไม่คงที่ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมเมืองที่ต้องตอบโจทย์ความยั่งยืนมากขึ้น หากกรุงเทพฯ สามารถเร่งการพัฒนาในด้านเหล่านี้ได้ พร้อมกับใช้ประโยชน์จากศักยภาพของท่าอากาศยานนานาชาติและบทบาทในฐานะ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Regional Hub) เมืองนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะขยับอันดับขึ้นไปในอนาคต
รายงานของ Resonance Consultancy สำหรับปี 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียง “การจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่” เท่านั้น แต่ยังเป็น แผนที่ยุทธศาสตร์ของโลกเมือง ที่ชี้ให้เห็นว่า เมืองใดกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของโอกาส และเมืองใดต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด กรุงเทพฯ จึงไม่เพียงถูกมองว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ยังเป็น “เมืองแห่งศักยภาพ” ที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่เวทีโลกในฐานะตัวแทนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พร้อมจะเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเมืองยุคใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน


