สายการบินชงหั่นภาษีน้ำมันเหลือ 20 สตางค์/ลิตร ลดค่าตั๋วในประเทศ
สมาคมสายการบินประเทศไทย ชง "คมนาคม" หั่นภาษีน้ำมันเหลือ 20 สตางค์ต่อลิตร ลดค่าตั๋วโดยสาร พยุงท่องเที่ยวในประเทศ
วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2568) ณ กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมนโยบายด้านการบินของประเทศ เพื่อเร่งรัดการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินของไทย
โดยเป้าหมายการประชุมครั้งนี้ คือการพิจารณานโยบายบริหารจัดการต้นทุนค่าธรรมเนียมภาครัฐ
เพื่อบรรเทาภาระของสายการบิน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชน
พร้อมทั้งส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว และยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมการบินไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล
สมาคมสายการบินฯ ชง 4 ข้อเสนอเร่งด่วน
ด้านสมาคมสายการบินประเทศไทย ได้นำเสนอ 4 ข้อเสนอสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางในการฟื้นฟูอุตสาหกรรม ดังนี้
1. เบรกการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการบิน (ANSC และ PSC)
เสนอให้ชะลอการปรับขึ้นค่าบริการการเดินอากาศ (ANSC) และค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออก (PSC) เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนของสายการบินและผู้โดยสารในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว โดยมีข้อเสนอเฉพาะเจาะจง ได้แก่
- ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK): เลื่อนการปรับขึ้น ANSC ไปเริ่มในปี 2570
- ท่าอากาศยานหลักภูมิภาค (เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่): เลื่อนการปรับขึ้น ANSC ไปเริ่มในปี 2571
สมาคมฯ เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว เพิ่มความถี่เที่ยวบิน และกระจายรายได้สู่ภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น
2. หั่นภาษีสรรพสามิตน้ำมันไอพ่น เหลือ 0.20 บาท
พิจารณาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น จากปัจจุบัน 4.726 บาทต่อลิตร เหลือเพียง 0.20 บาทต่อลิตร
- คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนสายการบิน ทำให้สามารถลดราคาบัตรโดยสารภายในประเทศได้ประมาณ 100 บาทต่อเที่ยว
- คาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนที่นั่งเที่ยวบินภายในประเทศได้กว่า 3.8 ล้านที่นั่ง (ระหว่าง 15 ม.ค. – 15 พ.ค. 69)
- สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 22,000 ล้านบาท
3. อัดแคมเปญ “Buy International, Free Domestic Flights”
เสนอโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยมอบบัตรโดยสารภายในประเทศฟรี แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 12 เมษายน 2569
- ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 200,000 คน
- สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 8,500 ล้านบาท
4. ปฏิรูปกฎหมายและกติกาการบิน
เสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เช่น การทบทวนอัตราภาษีน้ำมันอากาศยานเพื่อส่งเสริมการบินในประเทศ, การเพิ่มความรวดเร็วในการนำเข้าอากาศยาน และการยกระดับกระบวนการพิจารณาค่าธรรมเนียมการบินให้โปร่งใส
โดยใช้แนวทางการปรึกษาสาธารณะ (Public Consultation) พร้อมผลักดันการจัดตั้งคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน เพื่อปฏิรูปกฎหมายการบินให้เป็นสากล
‘พิพัฒน์’ ขานรับ ขอเวลา 30 วันศึกษาผลกระทบ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมตระหนักถึงความสำคัญของข้อเสนอทั้งหมด และพร้อมจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
"ผมขอเวลาภายใน 30 วัน เพื่อนำประเด็นต่าง ๆ มาศึกษาและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคมทั้งหมด ก่อนจะสรุปแนวทางดำเนินการในแต่ละข้อเสนอ" รมว. คมนาคม กล่าว
พร้อมกันนี้ รมว. คมนาคม ยืนยันว่า จะยึดถือประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินนโยบายทุกด้านเกิดผลจริง และสร้างความมั่นคงต่อระบบขนส่งทางอากาศของไทย
ย้ำเป้าหมายดันไทยสู่ ‘Aviation Hub’ ภูมิภาค
นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง
โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการบินไทยให้มีศักยภาพ แข็งแกร่ง และแข่งขันได้ในเวทีสากล ควบคู่ไปกับการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)
โดยมี นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบิน และผู้แทนสายการบินในสมาคมสายการบินประเทศไทย เป็นตัวแทนภาคเอกชน


