
‘นิด้าโพล’เผยผลสำรวจประชาชน 91% หนุนใช้‘โดรนทางทหาร’
‘นิด้าโพล’เผยผลสำรวจประชาชน 91% หนุนใช้โดรนทางในภารกิจทางทหารและความมั่นคง หนุนไทยผลิตโดรนเองเพื่อลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
KEY
POINTS
- นิด้าโพลเผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 91.08 เห็นด้วยกับการนำโดรนมาใช้ในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย
- ผู้ตอบแบบสำรวจกว่าร้อยละ 80 มองว่าการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงมีความสำคัญอย่างมาก
- เหตุผลหลักที่สนับสนุนการใช้โดรนคือช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์และเพิ่มประสิทธิภาพในภารกิจป้องกันประเทศ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “โดรนทางการทหารและความมั่นคง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรู้จักและการใช้โดรนของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 78.47 ระบุว่ารู้จักแต่ไม่เคยใช้ รองลงมา ร้อยละ 13.13 ระบุว่า รู้จักและเคยใช้ และร้อยละ 8.40 ระบุว่า ไม่รู้จัก
เมื่อพิจารณาตัวอย่างที่ระบุว่ารู้จักและเคยใช้โดรนในภารกิจต่าง ๆ (จำนวน 172 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 43.02 ระบุว่า ใช้ถ่ายภาพและบันทึกข้อมูล รองลงมา ร้อยละ 29.07 ระบุว่า ใช้เพื่อการเกษตร ร้อยละ 20.35 ระบุว่าใช้เพื่อความสนุกสนาน ร้อยละ 4.66 ระบุว่า ใช้เพื่อสำรวจ ตรวจสอบ ร้อยละ 1.16 ระบุว่า ใช้เพื่อภารกิจทางทหารและความมั่นคง และใช้เพื่อการทำแผนที่ ในสัดส่วนที่เท่ากัน
เมื่อสอบถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่ารู้จักโดรน ทั้งที่เคยใช้และไม่เคยใช้โดรน (จำนวน 1,200 หน่วยตัวอย่าง) ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
ความสำคัญของการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 80.50 ระบุว่า สำคัญมาก รองลงมา ร้อยละ 17.33 ระบุว่า ค่อนข้างสำคัญ ร้อยละ 1.50 ระบุว่า ไม่ค่อยสำคัญ
ความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 91.08 ระบุว่า เห็นด้วยกับการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย รองลงมา ร้อยละ 57.25 ระบุว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์ ร้อยละ 51.50 ระบุว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในภารกิจการป้องกันภัย ร้อยละ 48.08 ระบุว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในภารกิจการโจมตีเป้าหมาย ร้อยละ 21.50 ระบุว่า เป็นการใช้ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ร้อยละ 16.42 ระบุว่า ไทยควรผลิตโดรนเองเพื่อลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
เมื่อถามถึงการรู้จักระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 48.50 ระบุว่า ไม่รู้จักเลย รองลงมา ร้อยละ 41.25 ระบุว่า พอรู้จักบ้าง ร้อยละ 10.17 ระบุว่า รู้จักดี
ความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้ที่ควรรับผิดชอบในกรณีที่การใช้ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทยเกิดความผิดพลาด พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 43.92 ระบุว่า ผู้บัญชาการกองทัพ รองลงมา ร้อยละ 38.92 ระบุว่า ผู้ควบคุมหน่วยระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ ร้อยละ 26.33 ระบุว่า ผู้นำประเทศ ร้อยละ 24.58 ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 51.33 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง รองลงมา ร้อยละ 22.42 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 12.50 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 11.50 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และร้อยละ 2.50 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ







