โคราชเปิดพิมพ์เขียว Smart City ผสาน AI ปฏิรูปจราจร-บริการรัฐ
เทศบาลนครโคราชประกาศแผนแม่บท ‘เมืองอัจฉริยะ’ นำ AI วิเคราะห์ภาพ CCTV แก้จราจร-ปราบอาชญากรรม พร้อมยกระดับสาธารณสุขและการศึกษา
เปิดแผนแม่บท ‘โคราช เมืองอัจฉริยะ’ ผสาน AI ปฏิรูปการจัดการจราจร-ยกระดับบริการสาธารณะครบวงจร
เทศบาลนครนครราชสีมา ได้ประกาศแผนแม่บทการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด "พิมพ์เขียวโคราช เมืองอัจฉริยะ" (Smart City) โดยใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองทันสมัย น่าอยู่ และปลอดภัย
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครราชสีมา เปิดเผยว่า การยกระดับเมืองโคราชสู่สมาร์ทซิตี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อ อำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต การทำงาน และการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการ แก้ปัญหาจราจร และ ลดปัญหาอาชญากรรม ควบคู่ไปกับการ ยกระดับสาธารณสุขและการศึกษา ใช้ AI จัดการจราจรและปราบปรามอาชญากรรม
หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาเมืองคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการปัญหาเรื้อรัง โดยเฉพาะระบบจราจร
• Smart Mobility: เทศบาลฯ ได้นำ เทคโนโลยีกล้องซีซีทีวี เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการระบบจราจรและการขนส่ง เพื่อลดปัญหารถติดและการเกิดอุบัติเหตุ
• AI Analytics: ล่าสุด ได้นำ ระบบ AI เข้ามาใช้วิเคราะห์ภาพที่ได้จากกล้องซีซีทีวีที่ติดตั้งในตัวเมืองทั้งหมด ทำให้การแก้ปัญหาจราจรมีความ แม่นยำสูง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยลดภาระงานของพนักงาน
• Smart Safety: ระบบกล้องซีซีทีวีอัจฉริยะยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพด้านการปราบปรามอาชญากรรม ทำให้สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในการติดตามคนร้ายในอดีต
ยกระดับบริการสาธารณสุขและการศึกษาด้วย AI
AI ถูกนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านบริการสาธารณะที่สำคัญ:
• สาธารณสุข: นำ ระบบ AI มาใช้ในการจัดทำฐานข้อมูลประวัติของผู้ป่วย และการทำคิวนัดหมาย ทำให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอคิวนานเหมือนในอดีต
• การศึกษา: มีการนำ ระบบ AI มาใช้ในโรงเรียนของเทศบาลฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเรียนการสอนให้กับครูและนักเรียน
• ภาษีและสิ่งแวดล้อม: นอกจากนี้ ยังมีการนำ AI มาใช้ในระบบการเสียภาษี เช่น ภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง และภาษีป้าย ผ่านระบบออนไลน์ และมีการติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศและน้ำ เพื่อใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการจัดการและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเกิดขึ้น
เร่งพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (City Data Platform)
เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาเมือง เทศบาลนครนครราชสีมาได้เร่งดำเนินการตามแผนงานดังนี้
• City Data Platform (CDP): ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการจัดทำ City Data Platform ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบงานได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แพลตฟอร์มนี้จะทำให้เกิด ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่นำไปใช้ในการพัฒนาเมืองในด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านเศรษฐกิจ
• เศรษฐกิจดิจิทัล: ภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนการทำธุรกิจ การลงทุน และการพัฒนาการท่องเที่ยวได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิด การพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้าน
• ศูนย์บริหารจัดการ: แผนงานการพัฒนาทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ ศูนย์บริหารจัดการสมาร์ทซิตี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
พลิกโฉมงานราชการสู่ E-Government
ที่ผ่านมา เทศบาลฯ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ e-government ในการปรับปรุงงานราชการ และ E-Service เพื่อปรับปรุงการให้บริการประชาชน
• มีการนำร่องให้บริการขอจ่ายน้ำประปา การจ่ายค่าบริการ และการรับเรื่องร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก นายกเทศมนตรีฯ เปิดเผยว่า สัดส่วนการจ่ายค่าน้ำประปาผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 60%
• ในระยะต่อไป เทศบาลฯ จะนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการ อนุมัติ อนุญาตผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดความยุ่งยาก ลดเวลาการดำเนินงาน เพิ่มความโปร่งใส และเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน


