จากแหล่งกำเนิดพลังงานสู่จุดหมายปลายทาง Unseen ณ โรงไฟฟ้าลำตะคอง
โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จุดหมาย Unseen แห่งโคราชที่ผสานพลังงานสะอาด ธรรมชาติ และนวัตกรรม เข้ากับความงดงามของเขาเควสตาอันแสนมหัศจรรย์
KEY
POINTS
- โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนาได้พลิกโฉมจากแหล่งผลิตไฟฟ้าสู่แหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพระดับประเทศ และถูกคัดเลือกเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ของ ททท.
- นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวสองมิติที่ไม่เหมือนใคร คือการลงไปชมโรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดินแห่งเดียวในไทย (เมืองใต้พิภพ) และการขึ้นไปชมทิวทัศน์กังหันลมแบบพาโนรามาบนเขายายเที่ยง (เมืองลอยฟ้า)
- เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนที่ทันสมัย และเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงกับอุทยานธรณีโคราช
ใครจะไปคิดว่าโรงไฟฟ้าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้?
ลึกเข้าไปในภูมิประเทศอันงดงามของโคราช ที่ซึ่งเนินเขาบรรจบกับท้องฟ้า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ท้าทายทุกนิยามของการท่องเที่ยว ที่นี่คือโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จับมือกับชุมชน พลิกโฉมแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่เคยดูลึกลับให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้ที่เปิดประตูต้อนรับทุกคน
บทความนี้จะพาคุณเดินทางผ่านสองมิติที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิง จากการผจญภัยสู่ใจกลางพลังงานใต้พิภพ สู่การทะยานขึ้นชมทิวทัศน์สุดตระการตาบนเมืองลอยฟ้าในทริปการเดินทางสุดพิเศษ “EGAT : กรีนนำที่ลำตะคอง” กิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและ Nation Group เมื่อวันที่ 16-17 ตุลาคมที่ผ่านมากับขบวนคาราวานรถ EV ที่พาผู้โชคดีและทีมงานเครือเนชั่นไปพิสูจน์ให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าโรงไฟฟ้า ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวที่ไหนๆ การันตีด้วยรางวัลระดับประเทศที่ยืนยันถึงความสำเร็จในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ความสำเร็จที่โดดเด่นคือการคว้ารางวัลจากเวที รางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยทั้งสองพื้นที่สำคัญของลำตะคองสามารถคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ ทั้งโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Gold Awards) ในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง รางวัลดีเด่น (Thailand Tourism Awards) ในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เช่นเดียวกัน
รางวัลเหล่านี้ไม่ได้มาโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานสากลถึง 5 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Responsible Tourism), การท่องเที่ยวสีขาว (สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม), โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (BCG Model - โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว), มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) และ เสียงสะท้อนจากผู้บริโภค (Voice of Customer) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ยิ่งไปกว่านั้น โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนายังได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 เส้นทาง Unseen New Series แห่งใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย ททท. ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นเอกลักษณ์และจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร รางวัลและความสำเร็จเหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงประสบการณ์อันน่าทึ่งที่รอให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตนเอง
สัมผัสสองมิติแห่งพลังงาน การเดินทางสู่เมืองใต้พิภพและเมืองลอยฟ้า
การมาเยือนลำตะคองคือการเดินทางผ่านสองโลกที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างอาณาจักรใต้พิภพและเมืองลอยฟ้าอันกว้างไกล ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ณ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ที่นี่ทำหน้าที่เสมือน "แบตเตอรี่พลังงานสะอาด" ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 1,000 เมกะวัตต์
ด้วยหลักการทำงานที่ชาญฉลาด คือการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองด้านล่างขึ้นไปเก็บไว้ที่อ่างพักน้ำบนยอดเขายายเที่ยงในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ เปรียบเสมือนการ 'ชาร์จ' พลังงาน และเมื่อถึงช่วงเวลาที่ความต้องการไฟฟ้าสูง น้ำจะถูกปล่อยลงมาเพื่อ 'จ่าย' พลังงานขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
และหนึ่งในประสบการณ์ unseen คือการเดินทางด้วยรถ EV bus ลึกเข้าสู่ความเงียบใต้พิภพบนระยะทางกว่า 1,430 เมตร ก่อนจะเปิดสู่โถงขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินลึกกว่า 350 เมตร ที่นี่คือหัวใจของการผลิตไฟฟ้า ที่ที่คุณจะได้สัมผัสถึงเสียงกระหึ่มเบาๆ ของเครื่องจักรที่กำลังทำงาน และตื่นตะลึงกับขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่นำพลังมหาศาลของน้ำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงผู้คน
ทะยานสู่เมืองลอยฟ้า ทิวทัศน์สุดตระการตาบนเขายายเที่ยง
จากความลึกลับใต้พิภพ เราทะยานขึ้นสู่ "เมืองลอยฟ้า" ณ บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนบนเขายายเที่ยง ความรู้สึกที่ถูกจองจำใต้พื้นดินจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอิสระและกว้างไกลสุดสายตา คุณจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ท่ามกลางทุ่งกังหันลมยักษ์กับวิวแบบพานอรามา 360 องศา เมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างก็จะมองเห็นอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ถนนมิตรภาพ เส้นทางรถไฟ และที่สะดุดตาที่สุดก็คือสันเขารูปอีโต้ที่เรียงรายอยู่ที่เส้นขอบฟ้าโดยรอบ
จากตรงนี้เราจะมองเห็นทุ่งกังหันลมขนาดมหึมาจำนวน 12 ต้นของ กฟผ. ตั้งตระหง่านท้าทายสายลมและแสงแดด นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานหรือขับรถกอล์ฟไต่ไปตามเส้นทางเพื่อชมความงามได้อย่างใกล้ชิด
ที่นี่คือส่วนหนึ่งของ "โคราชจีโอพาร์ค" ณ จุด geo view point ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีโคราช (Khorat Geopark) ที่ที่คุณจะได้เห็นภูมิประเทศที่เรียกว่า "เขาเควสตา" หรือ เขารูปอีโต้ - “เควสตาโคราช” (Khorat Cuesta) ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขารูปมีดอีโต้ ที่มีด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชันและอีกด้านเป็นเนินลาดเอียงต่ำ อันเป็นทั้งเอกลักษณ์และความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาอายุนับล้านปีบวกกับภาพกังหันลม สุดยอดวิศวกรรมแห่งยุคพลังงานสะอาด
บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนยังมีร้านค้าชุมชนที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมอาชีพที่ กฟผ. ได้เข้าไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
มากกว่าการท่องเที่ยว ศูนย์กลางการเรียนรู้และพลังของชุมชน
คุณค่าของลำตะคองไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพลังงานที่ทันสมัย และเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน การหลอมรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย ธรรมชาติที่งดงาม และพลังของชุมชน ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่าและแตกต่างจากที่อื่นอย่างแท้จริง
เติมความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนที่ทันสมัยแห่งใหม่ของภาคอีสาน โจทย์สำคัญของพลังงานลมคือความไม่แน่นอน แต่ที่นี่มีคำตอบ ด้วยนวัตกรรมไฮไลท์อย่าง ระบบ wind hydrogen hybrid ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานส่วนเกินจากกังหันลมมาเปลี่ยนเป็นก๊าซไฮโดรเจน เพื่อสำรองไว้ผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในอาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ เมื่อลมสงบ นับว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำนวัตกรรมนี้มาใช้งานจริง นอกจากนี้ ภายในศูนย์ฯ ยังมีโซนการเรียนรู้ที่น่าสนใจถึง 7 โซน และมีการจัดกิจกรรมเสริมความรู้ร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เช่น กิจกรรม "ม่วนซื่นลำตะคอง" ที่จำลองวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส
เชื่อมโยงธรรมชาติและธรณีวิทยา
ด้วยความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และชุมชนผายายเที่ยง ได้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับ อุทยานธรณีโคราช (Khorat Geopark) ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับมิติทางธรณีวิทยาที่น่าค้นหาอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการชมทิวทัศน์เขาเควสตาและผายายเที่ยง พร้อมกันนั้นยังมีการจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนให้แก่สิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมปลูกป่าลอยฟ้า และ ปลูกป่าลงดินบนหลังคาโคราช ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อธรรมชาติที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่นี่


