เปิดสะพานคนเดินคลองบางกอกใหญ่ ดัน “ตลาดพลู” สู่แลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ
เปิดสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ เชื่อมตลาดพลูสู่แลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ ย่านเก่าแก่ริมคลองที่ผสานประวัติศาสตร์กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
KEY
POINTS
- กรุงเทพมหานครเปิดใช้สะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างสำนักงานเขตบางกอกใหญ่และย่านตลาดพลู อำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกกลุ่มตามหลัก Universal Design
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันย่านตลาดพลูให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน
- มีการจัดกิจกรรม "ถนนคนเดิน ตลาดพลู" ควบคู่ไปกับการเปิดสะพาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชุมชน
กรุงเทพมหานครเปิดโครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ (25 กันยายน 2568) เชื่อมสำนักงานเขตบางกอกใหญ่กับย่านตลาดพลู โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี ณ พื้นที่ใต้สะพานตลาดพลู เขตธนบุรี ก่อนจะเปิดงาน “ถนนคนเดิน ตลาดพลู Night Walking Street 2025” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนแ
เชื่อมฝั่งคลอง ยกระดับคุณภาพชีวิต
สะพานคนเดินดังกล่าวมีความยาวประมาณ 100 เมตร กว้าง 3 เมตร ออกแบบตามแนวคิด Universal Design ให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนทั่วไปสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พร้อมปรับปรุงทางเท้า ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และระบบระบายน้ำโดยรอบ โครงการใช้เวลาก่อสร้าง 360 วัน และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “กรุงเทพฯ 9 ด้าน 9 ดี” โดยเฉพาะด้าน เดินทางดี และ ปลอดภัยดี
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครต้องการให้ตลาดพลูกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมือง ไม่เพียงในฐานะย่านเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่พักผ่อนและท่องเที่ยวที่ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมย้ำว่า “เศรษฐกิจคือหัวใจของการขับเคลื่อนเมือง หากประชาชนไม่มีรายได้ เมืองก็ไม่สามารถก้าวต่อไปได้ งานถนนคนเดินครั้งนี้จึงเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน”
ถนนคนเดิน จุดประกายย่านสร้างสรรค์
สำหรับงาน “ตลาดพลู Night Walking Street 2025” เกิดจากความร่วมมือของคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตธนบุรีกับสำนักงานเขตธนบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และต่อยอดย่านตลาดพลูให้เป็น ย่านสร้างสรรค์ (Creative District) รองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
รากทางประวัติศาสตร์ของ “ตลาดพลู” - "คลองบางกอกใหญ่"
ตลาดพลูไม่ใช่เพียงตลาดอาหารที่ขึ้นชื่อด้านของอร่อย หากแต่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ย่านนี้เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ “บ้านสวนพลู” เพราะชุมชนชาวมลายูที่อพยพมาจากปัตตานีและรัฐสุลต่านทางใต้ ตั้งถิ่นฐานและปลูกพลูไว้ค้าขายร่วมกับชาวจีนและมุสลิมพลัดถิ่น จนย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางซื้อขายพลูในกรุงเทพฯตอนต้น คำว่า “ตลาดพลู” จึงถือกำเนิดขึ้นและติดปากชุมชนตั้งแต่นั้นมา ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 ย่านบางไส้ไก่และบางยี่เรือที่อยู่ใกล้เคียงก็เป็นแหล่งปลูกพลูเช่นกัน นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวยังเคยเป็นแหล่งค้าขายคึกคักรอบวัดอินทาราม วัดราชคฤห์ และวัดจันทาราม ก่อนที่ตลาดพลูจะขยายตัวจนได้รับสมญาว่า “ไชน่าทาวน์ฝั่งธนบุรี” และกลายเป็นแหล่งอาหารการกินชื่อดังในปัจจุบัน
ความรุ่งเรืองของตลาดพลูสัมพันธ์แนบแน่นกับ "คลองบางกอกใหญ่" หรือที่เรียกกันว่า "คลองบางหลวง" เดิมทีคลองนี้คือร่องน้ำสายเก่าของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมาได้มีการขุด "คลองลัดบางกอก" เพื่อลดระยะทางเดินเรือ ทำให้ร่องน้ำสายเดิมค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลงและกลายเป็นคลองบางกอกใหญ่ในปัจจุบัน เส้นทางน้ำแห่งนี้เคยเป็นเส้นเลือดสำคัญของการค้าขาย นำสินค้าทั้งจากเรือสำเภาและเรือหางยาวเข้าสู่ย่านตลาดพลู ก่อนจะขยายตัวเป็นชุมชนที่มีทั้งวัฒนธรรมจีน มลายู และไทยผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
แลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ
การเปิดสะพานคนเดินและถนนคนเดินในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการ “เชื่อมอดีตสู่อนาคต” ของย่านเก่าแก่ริมคลองบางกอกใหญ่ ให้ตลาดพลูไม่เพียงคงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ยังเดินหน้าสู่การเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพมหานครในศตวรรษที่ 21
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ตนเองเคยมาตลาดพลูตั้งแต่หาเสียงเพื่อลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอยากปรับปรุงให้ดีขึ้น ในวันนี้ฝันได้เป็นจริงแล้ว กทม.ได้ปรับปรุงเป็นตลาดที่มีคุณภาพ มีความสะอาด มีพื้นที่จอดรถ มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้ประชาชน ซึ่ง กทม.ต้องการให้ตลาดพลูเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จึงได้ดำเนินโครงการสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่เชื่อมต่อเขตบางกอกใหญ่กับตลาดพลู เพื่อกระตุ้นส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


