บอร์ดดีอีไฟเขียว ตั้งกลไก AI แห่งชาติ ขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ
รัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล บอร์ดดีอี เห็นชอบยุทธศาสตร์ข้อมูล 3 ปี ตั้งคณะกรรมการ AI แห่งชาติ ขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ
ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ซึ่งมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ได้มีมติสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ
โดยเห็นชอบนโยบายและยุทธศาสตร์ข้อมูลประเทศ พร้อมจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ (AI) และส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้อนุมัตินโยบายและยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศสำหรับช่วงสามปีข้างหน้า
ซึ่งจะเป็นกรอบการทำงานหลักเพื่อนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในยุคดิจิทัล
อนุมัติยุทธศาสตร์ข้อมูล 4 ด้านหลัก
ยุทธศาสตร์ข้อมูลที่ได้รับความเห็นชอบ ประกอบด้วย 4 มิติสำคัญที่มุ่งเป้าพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ได้แก่:
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล: สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งรองรับการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
2. การพัฒนาธรรมาภิบาลข้อมูลและยกระดับบริการ: กำหนดมาตรฐานและแนวปฏิบัติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
3. การส่งเสริมการใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูล: ผลักดันให้เกิดการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างอย่างปลอดภัย
4. การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล: สร้างบุคลากรที่มีทักษะด้านข้อมูลเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ
จัดตั้งคณะกรรมการ AI แห่งชาติ ขับเคลื่อนประเทศ
หนึ่งในมติที่สำคัญที่สุดคือ การจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งชาติ ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้าน AI ของประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ
- สร้างคนและเทคโนโลยี: พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรม AI ภายในประเทศ
- สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ: นำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- สร้างผลกระทบเชิงบวก: ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม
เดินหน้าเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทั่วประเทศ
ที่ประชุมยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมีมติ ต่ออายุตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะให้กับ 16 เมืองทั่วประเทศ และได้มอบตราสัญลักษณ์พื้นที่อัจฉริยะแห่งใหม่แก่ “โครงการภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์”
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ยังได้พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะ หรือ "เน็ตประชารัฐ" และส่วนต่อขยาย โดยเห็นชอบในหลักการบริหารจัดการตามแนวคิด โครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network)
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนต่อไป
นางสาวศศิกานต์กล่าวสรุปว่า "รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนให้ก้าวสู่อนาคตดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน"


