
NT พร้อมนำคลื่น 850 MHz กสทช.พัฒนาประเทศสู่สมาร์ท ซิตี้
เผยอยู่ระหว่างการทำแผนเข้าบอร์ดดีอี เพื่อเสนอกสทช.ต่อไป ขณะที่ใต้หวันพร้อมลงทุนตั้งโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ในไทย พัฒนาระบบเซ็นเซอร์รับนโยบายสมาร์ท ซิตี้
พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า การประมูลคลื่นความถี่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พบว่ายังเหลือคลื่น 850 MHz ที่ไม่มีเอกชนสนใจ ดังนั้น NT จึงเห็นโอกาสในการนำคลื่นดังกล่าวมาส่งเสริมในการทำสมาร์ท มิเตอร์ สำหรับมิเตอร์ไฟฟ้า ประปา และอุปกรณ์อื่นๆที่ต้องใช้สมาร์ทมิเตอร์ รวมถึงการใช้คลื่นทำงานร่วมกับคลื่นความถี่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ คลื่น Digital Trunk เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง รองรับการสื่อสารในภารกิจ กรณีภัยพิบัติ ด้วย
ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำแผนงบลงทุน เพื่อนำเสนอเข้าคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ในการนำเสนอเข้าที่ประชุมกสทช.พิจารณาต่อไป หลังจากที่บอร์ดเคยระบุว่าเปิดรับข้อเสนอหาก NT สนใจนำคลื่นไปให้บริการภาครัฐ
แผนของ NT สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ สมาร์ท ซิตี้ คาดว่าแผนจะเสร็จเร็วๆนี้
พ.อ.สรรพชัยย์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากแผนในการนำคลื่น 850 MHz มาตอบโจทย์นโยบายสมาร์ท ซิตี้ แล้ว ไต้หวันก็ยังสนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ในพื้นที่ EECd เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ชลบุรี ของ NT อีกด้วย ในการเข้ามาผลิตระบบเซ็นเซอร์ในประเทศไทย ซึ่งเขากำลังรอดูนโยบายส่งเสริมการลงทุนและดีมานด์ตลาดในไทยว่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่
ประเทศไทยมีนโยบายด้านสมาร์ท ซิตี้ ที่ชัดเจน สอดรับกับการนำระบบเซ็นเซอร์มาใช้งานในด้านต่างๆ ซึ่งการเข้ามาของไต้หวันยังมีประโยชน์ในแง่ของการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเซมิคอนดักเตอร์ให้บุคลากรไทยอีกด้วย
นอกจากนี้ในแผนงานที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ท ซิตี้ NT ยังมีความพร้อมในการขับเคลื่อน ASEAN Digital Hub NT พร้อมที่จะสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศในการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนด้าน Connectivity ในภาพรวม บนแนวคิดการขยายศักยภาพและความพร้อมในการรองรับการลงทุนด้านดิจิทัลของ Hyper Scale จากต่างขาติให้เข้ามาใช้ได้ทันที ได้แก่
การเพิ่มเส้นทางเชื่อมโยงเคเบิลใต้น้ำและภาคพื้นดินอย่างพอเพียง โดยเฉพาะเส้นทางสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เส้นทางเชื่อมต่อฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย, และเส้นทางไทย-สิงคโปร์ รวมถึงการบาลานซ์ทราฟิกออกนอกประเทศ, การบาลานซ์ทราฟิกระหว่างบนพื้นดินและใต้น้ำ และการเป็น Neutral ศูนย์กลางควบคุมการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในอาเซียน ซึ่งจะส่งเสริมประเทศไทยด้านความมั่นคงและการเป็นผู้นำด้านสื่อโทรคมนาคมของภูมิภาคในอนาคต
ขณะเดียวกัน NT เน้นเดินหน้าความร่วมมือพันธมิตร Joint Venture ที่สร้างรายได้ใหม่โดยเน้นด้านดิจิทัลและบริการคลาวด์ รวมถึงธุรกิจดาวเทียม การพัฒนาธุรกิจบริการด้านระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำ(LEO) เป็นหนึ่งในโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวของ NT โดยปัจจุบัน NT ให้บริการเกตเวย์สำหรับเครือข่ายดาวเทียมของ Eutelsat One Web ที่สามารถเป็นต้นแบบความสำเร็จในการร่วมมือกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ เพื่อรองรับการใช้งานโดรนที่จะสามารถควบคุมด้วยระบบดาวเทียมในอนาคต







