
เปิดเกมพลังงานอัจฉริยะ เดินหน้าคู่ความยั่งยืนที่ SNEC 2025
โซลิสกับอนาคตพลังงาน บทสรุปจากเวที SNEC 2025 ทิศทางการพัฒนาธุรกิจที่กำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตของ “พลังงานอัจฉริยะ” ควบคู่กับ “ความยั่งยืน”
ภายในบรรยากาศของงาน SNEC International Solar & Smart Energy Exhibition 2025 ที่เซี่ยงไฮ้ ที่เพิ่งปิดฉากลงเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา หนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดจากบูธของโซลิส (Solis) หนึ่งในผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ชั้นนำของโลก ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัย แต่คือทิศทางการพัฒนาธุรกิจที่กำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตของ “พลังงานอัจฉริยะ” ควบคู่กับ “ความยั่งยืน” อย่างไม่อาจแยกจากกันได้
ครบรอบ 20 ปีในแวดวงพลังงานแสงอาทิตย์ จุดยืนที่เปลี่ยนจาก “ผู้นำด้านเทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะ”
ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโซลิสในฐานะผู้พัฒนาอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ในตลาดมายาวนานถึง 20 ปี จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้ผลิตเทคโนโลยีเฉพาะทาง โซลิสค่อย ๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่มีบทบาททั้งในด้านนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล
ภายในงาน SNEC ปีนี้ โซลิสได้ตอกย้ำบทบาทดังกล่าวด้วยการเปิดตัวอินเวอร์เตอร์ไฮบริดขนาดใหญ่รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบพลังงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด 4-in-1 ที่รวมการจัดการพลังงานจากแหล่งต่าง ๆ เข้าไว้ในอุปกรณ์เดียว
เปิดตัวอินเวอร์เตอร์ไฮบริดรุ่น S6-EH3P(75–125)K10-NV-YD-H สัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานรวมศูนย์
อินเวอร์เตอร์ไฮบริดรุ่นใหม่ของโซลิสรองรับการเชื่อมต่อแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ เครื่องปั่นไฟ และระบบไฟฟ้าในพื้นที่ได้พร้อมกัน จุดเด่นคือการออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นกับระบบไฟฟ้าทั้งแบบ on-grid และ off-grid โดยเปลี่ยนโหมดได้ในเวลาเพียง 10 มิลลิวินาที
คุณสมบัติด้านเทคนิคที่โดดเด่น ได้แก่
- รองรับพลังงานจากแผงโซลาร์ได้เกินพิกัดถึง 200%
- ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยกระแสสูงสุดถึง 200A
- รองรับโหลดสูงสุด 160% และสามารถเชื่อมต่อใช้งานแบบขนานได้ถึง 10 เครื่อง
คุณสมบัติเหล่านี้ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของระบบพลังงานในอนาคตที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่โครงสร้างแบบโมดูลาร์และกระจายศูนย์มากขึ้น
เบื้องหลังเทคโนโลยี คือการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถูกละเลย โซลิสแสดงจุดยืนชัดเจนด้วยการรับมอบประกาศนียบัตร EPD (Environmental Product Declarations) จาก TÜV SÜD สำหรับอินเวอร์เตอร์เชิงพาณิชย์รุ่น 80–125kW ซึ่งเป็นการรับรองที่ครอบคลุมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
Sandy Woodward ผู้จัดการทั่วไปของ Solis Europe อธิบายว่า สำหรับตลาดยุโรป ความโปร่งใสในการจัดการสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของคู่ค้า โดย EPD เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นที่ตั้งอยู่บนหลักการ “ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่เพื่อแสดงเจตจำนงของการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง”
ประกาศนี้ยังสอดคล้องกับรายงาน ESG ของโซลิสประจำปี 2024 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน และธรรมาภิบาล รวมถึงการได้รับการจัดอันดับ “Committed” จาก EcoVadis ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประเมินความยั่งยืนระดับโลก
เมื่อ AI เข้ามาช่วยจัดการพลังงาน SolisCloud AI เวอร์ชันใหม่
อีกหนึ่งจุดสนใจของงานคือการเปิดตัว SolisCloud AI เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งเสริมด้วยฟังก์ชันตอบสนองแบบเรียลไทม์ต่อราคาค่าไฟ การตั้งเวลาการใช้พลังงานอัตโนมัติตามช่วงเวลาที่ค่าไฟถูก และระบบควบคุมอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกกิโลวัตต์ โดยเฉพาะในบริบทของราคาพลังงานที่ผันผวนสูงเช่นในยุโรปและเอเชีย
เทคโนโลยี AI นี้ไม่ได้จำกัดแค่การช่วยผู้ใช้งานประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวโน้มของภาคธุรกิจพลังงานที่กำลังพัฒนาไปสู่ “ระบบนิเวศดิจิทัลของพลังงาน” (Digital Energy Ecosystem) ที่ผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการแหล่งพลังงานได้ในระดับละเอียด
ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือระบบคิด
การเข้าร่วม SNEC 2025 ของโซลิสครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของบริษัทจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ผู้วางโครงสร้างระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะ ที่ไม่ได้มองพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเพียงแหล่งพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนขึ้น
เมื่อเทคโนโลยี อินเวอร์เตอร์อัจฉริยะ แพลตฟอร์ม AI และการจัดการด้าน ESG ผสานกันอย่างเป็นระบบ โซลิสกำลังพิสูจน์ว่า การเติบโตทางธุรกิจและการดูแลโลกไม่จำเป็นต้องแยกจากกัน และอาจกลายเป็นแนวทางมาตรฐานของอุตสาหกรรมพลังงานในศตวรรษนี้







