
“เอกนัฏ” ดันกฏหมายกากของเสียฯ ฉบับแรก หนุน Net Zero ทำแล้วมีรายได้
“เอกนัฏ” ชี้สัญญาณตึกถล่มคือบทเรียน เศรษฐกิจไทยถึงเวลาตื่น เตรียมออกกฎหมายจัดการกากของเสียอุตฯ ฉบับแรกของไทย ทำให้เรื่อง Net Zero ‘กินได้’ สร้างรายได้จากการทำความดี
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนา “Road to Net Zero 2025: Thailand Green Action” จัดโดยฐานเศรษฐกิจว่า วันนี้โลกเปลี่ยนเร็ว ทั้งเรื่องของสงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการดิสรัปชั่น สังคมสูงวัย และเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราเห็นปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น น้ำท่วมเชียงใหม่ หิมะตกในทะเลทราย เป็นต้น นั่นคือสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นตลอด ใกล้ตัวมากขึ้นคือแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่ทุกคนต้องยอมรับ แต่ที่แปลกประหลาดที่ทำให้คนต้องตื่นขึ้นมา ไม่ใช่แผ่นดินไหวอย่างเดียว แต่ทำไมแผ่นดินไหวแล้วตึกถล่ม ล้มลงมาเป็นเต้าหู้ นี่คือสัญญาณที่บอกว่าเราไม่มีความพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดขึ้น
- ถึงเวลาปรับโมเดลเศรษฐกิจ ฟื้นเครื่องยนต์ “อุตสาหกรรม”
นายเอกนัฏชี้ว่า วันนี้ไทยมีข้อจำกัดในการพึ่งพาเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ถูกรั้งด้วยหนี้ครัวเรือนสูง ขณะที่ภาครัฐก็ประสบปัญหาขาดดุลต่อเนื่อง หนี้สาธารณะกำลังแตะระดับ 70% ของ GDP
“เราลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมาหลายปี แต่ยังสร้างรายได้กลับคืนได้ไม่มากพอ ดังนั้นความหวังของประเทศอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม ต้องยกระดับสู่ ‘อุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่’ ที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ตลาดโลก”
โมเดลอุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องไม่แข่งกันแค่ราคาถูกเหมือนในอดีต เพราะปัจจุบันทั้ง ผู้บริโภค และ มาตรการการค้าโลก อย่าง CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ล้วนให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความยั่งยืน มากกว่า
“คนรุ่นใหม่เลือกซื้อสินค้าที่ ‘ถูกจริต’ กับอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่ถูกที่สุด แต่ต้องมีกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”
- “ศูนย์เหรียญ-ของเสีย-เหล็กคุณภาพต่ำ” ภัยเงียบที่ต้องเร่งจัดการ
นายเอกนัฏยังชี้ว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังถูกบั่นทอนด้วยปัญหา ธุรกิจสีเทา และ สินค้าไร้มาตรฐาน เช่น สินค้าราคาถูกที่ลดต้นทุนด้วยการลดคุณภาพ รวมถึงธุรกิจรีไซเคิลที่ลักลอบนำของเสียอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศมาทิ้งในไทย
ธุรกิจการคัดแยกรีไซเคิลมีเยอะ ฉากหน้าดูเหมือนเป็นธุรกิจดีมาก พ่อพระแม่พระ เอาของเสียจากภาคการผลิตมาแปรรูป มาให้เป็นของดีกลับมาใหม่ ฟังดูดี แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะไปรับจ้างเอาของเสียมา ในบางกรณีลักลอบของเสีย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฏหมายมาจากต่างประเทศ สกัดเอาของดีออกไปส่งออกต่างประเทศ แต่เอาของเสียเข้ามาทิ้งไว้ ทำร้ายจิตใจคนไทย
แบบนี้เราต้องจัดการให้สิ้นซากไป เพราะธุรกิจที่จะทำดีมันไปต่อไม่ได้ ผมก็มีนโยบายระงับไม่ออกอนุญาตพวกธุรกิจคัดแยก รีไซเคิล เพิ่มเติมแล้ว ออกตรวจตราอย่างเข้มงวด ปรับกฏกติกา กำลังจะออก พรบ.จัดการกากอุตสาหกรรม เป็นกฏหมายฉบับแรกของไทย
- เตรียมออกกฎหมาย “จัดการกากของเสียอุตฯ” ฉบับแรกของไทย
นายเอกนัฏเปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดการกากของเสียอุตสาหกรรม เป็นฉบับแรกของประเทศ โดยผ่านการรับฟังความเห็นและเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
สาระสำคัญของกฎหมายจะครอบคลุม 2 ด้าน คือ
- การจัดการของเสียจากภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด
- การส่งเสริม 'อุตสาหกรรมหมุนเวียน' และ 'อุตสาหกรรมสีเขียว' ผ่าน 'กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน'
“เรามีกองทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ แต่วันนี้เราต้องมีกองทุนเพื่อความยั่งยืนด้วย ทำให้เรื่อง Net Zero ‘กินได้’ คือสร้างรายได้จากการทำความดี”
- ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย ต้องไม่ฝากความหวังไว้กับ “บุญเก่า”
ท้ายที่สุด นายเอกนัฏย้ำว่า ความรุ่งเรืองในอดีต เช่น การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของไทย อาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากไม่ปรับตัวให้ทันโลกที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน
“เราภูมิใจที่เคยเป็นฮับการผลิต แต่ถ้าเรายังพึ่งบุญเก่า แล้วไม่ขยับ เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง







