posttoday

ถึงเวลาหรือยัง? ประเทศไทยกับการเป็นผู้นำกฎหมาย Right to Repair ในภูมิภาค

21 กุมภาพันธ์ 2568

เผยโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำกฎหมาย Right to Repair (R2R) หรือ "สิทธิในการซ่อม" ท่ามกลางกระแสการเรียกร้องสิทธิผู้บริโภคและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเสื่อมสภาพตามกาลเวลาและการพังเสียหายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ "สิทธิ" ในการซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านั้นของผู้บริโภค

 

สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกันจัดทำรายงานฉบับใหม่ล่าสุด

 

ที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านกฎหมาย Right to Repair (R2R) หรือ "สิทธิในการซ่อม" อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ถึงเวลาหรือยัง? ประเทศไทยกับการเป็นผู้นำกฎหมาย Right to Repair ในภูมิภาค

Right to Repair คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

แนวคิด Right to Repair หรือ R2R คือการที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเองอย่างอิสระ

 

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้อย่างเสรี

 

ในปัจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายได้สร้างข้อจำกัด ทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อกีดกันไม่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงการซ่อมแซมด้วยตนเอง หรือจากร้านซ่อมอิสระ

 

การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ลดทางเลือกของผู้บริโภค แต่ยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงขึ้น และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการที่อุปกรณ์ที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้กลายเป็นขยะ

 

R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และลดข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ที่ป้องกันไม่ให้อะไหล่ทดแทนใช้งานได้ หรือที่เรียกว่า "Parts Pairing" ซึ่งทำให้ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ถึงเวลาหรือยัง? ประเทศไทยกับการเป็นผู้นำกฎหมาย Right to Repair ในภูมิภาค

โอกาสสำคัญของไทยในการเป็นผู้นำกฎหมาย Right to Repair ในภูมิภาค

งานวิจัยฉบับใหม่นี้ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการซ่อมกว่า 40 รายในกรุงเทพฯ และพบปัญหาสำคัญในระบบซ่อมแซมของไทย

 

โดย 54% ของร้านซ่อมอิสระไม่มีคู่มือการซ่อม ขณะที่ 96% ไม่สามารถเข้าถึงอะไหล่จากศูนย์บริการหรือผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต

 

 "ประเทศไทยเป็นตลาดอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่และมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนถึง 14 ล้านเครื่องในปี 2566"

 

"คาดว่าอัตราการใช้สมาร์ทโฟนจะสูงถึง 97% ภายในปี 2572 ทำให้เป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการออกกฎหมาย R2R ที่ก้าวหน้า"

 

- เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

งานวิจัยนี้เผยแพร่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจาก "ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า" หรือ "Lemon Law" ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

 

รายงานยังเน้นถึงความเร่งด่วนของปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคิดเป็น 65% ของขยะอันตรายจากชุมชน หรือสูงถึง 450,000 ตันต่อปี โดยมีเพียง 21% เท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

ถึงเวลาหรือยัง? ประเทศไทยกับการเป็นผู้นำกฎหมาย Right to Repair ในภูมิภาค

สิทธิในการซ่อมสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม

เหตุผลที่ตลาดควรสนับสนุนสิทธิในการซ่อมมี 2 ประการหลัก คือด้านสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค 

 

ทั่วโลกผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 50 ล้านตันต่อปี โดยประเทศไทยผลิตประมาณ 450,000 ตัน ในจำนวนนี้ประมาณ 25,000 ตันเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 

 

การศึกษาระดับนานาชาติชี้ว่าการปรับปรุงความสามารถในการซ่อมแซมสามารถลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างน้อย 20-30%

 

การยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์จึงเป็นวิธีโดยตรงในการป้องกันการเกิดขยะ สำหรับผู้บริโภค การยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 25% 

 

นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในแง่การสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการเพิ่มการเข้าถึงบริการและการสร้างงาน

 

ยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในด้านภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และการบรรลุเป้าหมาย ESG 

 

ข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อน R2R ในประเทศไทย

รายงานฉบับนี้ได้เสนอข้อแนะนำสำคัญในการพัฒนากรอบการทำงานของ R2R ที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึง

  • การห้ามการจับคู่ชิ้นส่วน (Parts Pairing)
  • การเข้าถึงชิ้นส่วนที่ง่ายขึ้น
  • การกำหนดราคามาตรฐาน
  • การให้สิ่งจูงใจสำหรับธุรกิจซ่อมแซม

ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2564-2570)

 

ทั้งนี้ รายงานฉบับเต็มได้วิเคราะห์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในโลกเกี่ยวกับนโยบาย R2R และได้เสนอข้อแนะนำที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในการพัฒนากรอบงานของตนเอง

 

ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำในด้านการบริโภคที่ยั่งยืนและการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

ตรวจเข้มผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันกักตุน - ลักลอบจำหน่าย