
'ศุภชัย เจียรวนนท์' เสนอ 3 ปัจจัยเร่งกระบวนการสร้างความยั่งยืน!
'ศุภชัย เจียรวนนท์' หัวเรือใหญ่ 'ซีพี' เสนอ 3 ปัจจัยเร่งกระบวนการสร้างความยั่งยืน - ตลท.กำหนดให้บริษัทรายงานต่อสาธารณะ - ขับเคลื่อนผ่าน Green Bond - ปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างทุนมนุษย์
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ขึ้นกล่าวในหัวข้อ Shaping Thailand’s Sustainable Future งาน Sustainability Forum 2025 : Synergizing for Driving Business จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2567 ณ สยามพารากอน ต่อประเด็นการสร้างความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันยังคงความสำเร็จทั่วโลกเพียง 17% จากที่เคยตั้งเป้าไว้ว่า ตนมีข้อเสนอว่าจะเร่งกระบวนการความยั่งยืนได้อย่างไร
ข้อแรก บริษัทตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกจะต้องมีมาตรการให้มีการรายงานเป้าหมายความยั่งยืนต่อสาธารณะและตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งประเทศเทศยังคงเป็นไปด้วยความสมัครใจ ไม่ได้กำหนดเป็นข้อบังคับว่าทุกบริษัทต้องตั้งเป้าหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตามการรายงานต่อสาธารณะทำให้เกิดความตระหนักรู้ ตั้งแต่ผู้นำสูงสุดขององค์กร และจะสามารถขับเคลื่อนทั้งองค์กรในทิศทางเดียวกันได้ และเกิดการลงทุนในเรื่องความยั่งยืนซึ่งจะส่งผลไปยังสังคมต่อมา
หากมีการใช้มาตรการนี้จะสามารถทำให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 80% ของประเทศ ผนึกกำลังกันขึ้นโดยธรรมชาติ จึงจะสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้
ข้อสอง คือ การขับเคลื่อนผ่าน Green Bond หรือพันธบัตร / ตราสารหนี้สีเขียว ซึ่งประเทศไทยมีการส่งเสริมและเริ่มที่จะขับเคลื่อนในส่วนนี้แล้ว
ข้อสาม คือ ทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นทุนที่สามารถสร้างความมั่งคั่งให้ไหลเวียนไปทั่วโลกได้ และยังรักษาความยั่งยืนได้ด้วย ซึ่งต้องมาจากการปฏิรูปการศึกษา เปลี่ยนจากโรงเรียนที่ศูนย์กลางการสอน ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เกิดการเรียนที่สอดคล้องกับบริบทของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการมีความรู้ในเรื่องของเป้าหมาย SDGs ซึ่งควรจะมีการเรียนรู้ทั้งในระดับโรงเรียน หมู่บ้าน ตำบล เพราะนอกจากการสอนความยั่งยืนจะทำให้เศรษฐกิจยั่งยืนนจริยธรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กันไปอย่างเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นการปฏิรูปการศึกษาที่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจึงสำคัญ
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย มองว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ จะต้องมาจาก การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมองเป้าหมายของสังคมเป็นที่ตั้ง โดยมองว่าความสำเร็จของฉันไม่เท่ากับความสำเร็จของสังคม ความสำเร็จของสังคมไม่เท่ากับความสำเร็จของประเทศ และความสำเร็จของประเทศไม่เท่ากับความสำเร็จของโลก ถ้าหากมองเห็นตรงกัน สิ่งที่เป็นอุปสรรคก็จะไม่ได้เกินกว่าความสามารถ และสุดท้ายในฐานะองค์กรและผู้นำขององค์กร ควรลุกขึ้นเป็นตัวอย่างให้แก่ลูกหลาน เพื่อที่จะเดินทางสู่เส้นทางของความเป็นอยู่ที่ดี และมีภูมิปัญญาที่ยั่งยืนต่อไป







