
หมดช่วง “ลองใช้” Generative AI ถึงเวลาลงทุนจริงจัง
เผยผลการวิจัยครั้งสำคัญเกี่ยวกับ GenAI แสดงให้เห็น องค์กรหลายแห่งกำลังเปลี่ยนจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุ รกิจ รวมถึงยกระดับวัฒนธรรมองค์กร การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความปลอดภัย และความยั่งยืน
KEY
POINTS
- 70% ของ CEO ทั่วโลก (71% ในเอเชียแปซิฟิก) คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2025
- 90% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (91% ในเอเชียแปซิฟิก) ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน GenAI
- ผู้นำ 81% ทั่วโลก (83% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ระบุว่า "มีความสำคัญมาก" ที่ผู้นำจะต้องช่วยให้พนักงานสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความรับผิดชอบ
รายงานเรื่อง GenAI ระดับโลก: องค์กรกำหนดเส้นทางชีวิต GenAI ในปี 2025 ไว้อย่างไร?
“Global GenAI Report: How organizations are mastering their GenAI destiny in 2025” พบว่า เกือบทุกองค์กรที่ทำการสำรวจได้เริ่มลงทุนใน GenAI แล้ว โดย 83% (94% ใน APAC) ได้จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน GenAI เพื่อพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีนี้ในระดับองค์กรผ่าน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย:
- การให้คำแนะนำและการจัดการองค์ความรู้แบบเฉพาะบุคคล
- การควบคุมคุณภาพ
- การวิจัยและพัฒนา (R&D)
สำหรับเอเชียแปซิฟิก ยูสเคสการใช้งานหลักของ GenAI ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ
- การวิจัยและพัฒนา (R&D)
- การให้คำแนะนำและการจัดการองค์ความรู้เฉพาะบุคคล
- การทำกระบวนการให้เป็นอัตโนมัติ (Process automation)
“อนาคตนั้นชัดเจน Generative AIไม่ใช่แค่เครื่องมือธรรมดา แต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เมื่อเราก้าวข้ามช่วงการทดลองไปแล้วองค์กรต้องเดินหน้าด้วยความรอบคอบ หากเราดำเนินการเร็วเกินไป อาจเกิดผลกระทบที่ไม่คาดคิด แต่ถ้าช้าเกินไปก็อาจล้าหลัง การใช้ GenAI อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ"
ยูทากะ ซาซากิ ประธานและ CEO ของ NTT DATA Group กล่าว
การสำรวจพบสองในสามของผู้บริหารระดับ C-level ระบุว่า GenAI จะเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างมากใน 6 ด้านคือ
● ผลงานและประสิทธิภาพ
● ความยั่งยืน
● การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
● กระบวนการทางธุรกิจ
● ความปลอดภัย
● ประสบการณ์ของพนักงาน
สำหรับเอเชียแปซิฟิก สองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้บริหารระดับ C-suite เชื่อว่า GenAI จะช่วยปรับปรุง 5 ด้านหลักคือ
● ผลงานและประสิทธิภาพ
● เป้าหมายด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
● ด้านนวัตกรรม
● ยกระดับความปลอดภัย
● การปฏิบัติตามกฎระเบียบและกระบวนการ
ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลง
● การสำรวจพบว่า CEO กว่า 97% (99% ในเอเชียแปซิฟิก) คาดหวังผลกระทบที่สำคัญจาก GenAI
● 70% ของ CEO ทั่วโลก (71% ในเอเชียแปซิฟิก) คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2025
● 83% ขององค์กร (86% ในเอเชียแปซิฟิก) มีแผนกลยุทธ์เกี่ยวกับ GenAI แต่ 51% (49%
ในเอเชียแปซิฟิก) ยังไม่ได้ปรับกลยุทธ์นั้นให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจช่องว่างนี้จึงจำกัดผลตอบแทนจากการลงทุน และลดความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ของ GenAI ในปัจจุบัน
ความท้าทายด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมดเห็นด้วยว่า GenAI สามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์
และปรับปรุงกระบวนการทางการวิจัยและพัฒนาได้ ดังนั้น ในขณะที่เทคโนโลยี GenAI
ถูกนำมาใช้และมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว องค์กรทั้งหลายจึงต้องประเมินและพัฒนากลยุทธ์
รวมถึงปรับรูปแบบการดำเนินงานอยู่เสมอ ผลการวิจัยที่สำคัญในส่วนนี้ประกอบด้วย:
● 90% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (91% ในเอเชียแปซิฟิก)
ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน GenAI
● CIO และ CTO กว่า 96% (97% ในเอเชียแปซิฟิก) เชื่อว่าโซลูชันบนระบบคลาวด์เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการสนับสนุนแอปพลิเคชัน GenAI
ด้านวัฒนธรรมและบุคลากร
การสำรวจพบว่า 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก (97% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) กำลังพิจารณาว่า GenAI สามารถปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร รวมถึงรองรับการทำงานของพนักงานให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม กว่า 67% (64% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ระบุว่า พบปัญหาพนักงานในองค์กรขาดทักษะที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับ GenAI และประมาณครึ่งหนึ่งมีแผนพัฒนาทักษะให้พนักงาน
ความท้าทายในการนำ GenAI ไปใช้งาน ประกอบด้วย:
● ผู้ใช้บางรายมองว่าโซลูชัน GenAI มีประโยชน์ที่จำกัด
● มีการรับรู้เกี่ยวกับโซลูชัน GenAI อย่างจำกัดหรือไม่มีเลย
● ผู้ใช้รู้สึกต่อต้านเทคโนโลยีนี้
● กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงของ GenAI
ในขณะที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการนำ GenAI ไปใช้งานมากที่สุด ได้แก่:
● ผู้ใช้บางรายมองว่าโซลูชัน GenAI มีประโยชน์จำกัด
● ความจำเป็นในการฝึกอบรมผู้ใช้
● ข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ GenAI
ข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ GenAI
เมื่อ GenAI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันการสร้างสมดุลระหว่างความรับผิดชอบและนวัตกรรมถือเป็นสิ่งจำเป็นทางศีลธรรมและเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับผู้นำ องค์กร และสังคมโดยรวมผู้บริหารส่วนใหญ่ตระหนักถึงพันธกิจในการสร้างสมดุลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากผลการสำรวจต่อไปนี้:
● ผู้นำ 81% ทั่วโลก (83% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ระบุว่า "มีความสำคัญมาก" ที่ผู้นำจะต้องช่วยให้พนักงานสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความรับผิดชอบ
● 72% (71% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) กล่าวว่าองค์กรของตนไม่มีนโยบายการใช้งาน GenAI สำหรับพนักงาน รวมถึงแนวทางในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของ GenAI ที่ชัดเจน
● CISO กว่า 45% แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น
โดยกล่าวว่ารู้สึก “ถูกกดดัน ถูกคุกคาม หรือรู้สึกหนักใจ”
● ผู้ตอบแบบสอบถาม 82% ทั่วโลก (80% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) มองว่ากฎระเบียบ AI
ในปัจจุบันยังไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กลยุทธ์ GenAI ขององค์กรมีความซับซ้อนขึ้นและเมื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบกลายเป็นเรื่องสำคัญ องค์กรต่างๆ คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับมาตรการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ GenAI
แม้จะเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ ผู้ตอบแบบสำรวจ 68% (75% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ยอมรับว่ารู้สึก “ตื่นเต้น” และ “ทึ่ง” กับศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงที่ GenAI ทำได้
“สถานการณ์นี้เป็นจุดสำคัญในประวัติศาสตร์โลก เนื่องจาก GenAI กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนโลกยุคถัดไปที่กำลังจะมาถึง"
อภิชิต ดูเบย์ (Abhijit Dubey) CEO ของ NTT DATA, Inc. กล่าว







