posttoday
เมทเธียร์ แนะไทยต้องมี City Structure และ Technology เกิด Smart City ทั่วไทย

เมทเธียร์ แนะไทยต้องมี City Structure และ Technology เกิด Smart City ทั่วไทย

12 พฤศจิกายน 2567

“เมทเธียร์” แนะไทยควรต้องมี 2 แกนสำคัญ “City Structure” และ “Technology“ เพื่อให้เกิดเมืองอัจฉริยะครอบคลุมทั่วประเทศ ขยับขึ้นอันดับ Smart City ในเอเชีย

          นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด เปิดเผยในงานสัมมนา “THAILAND SMART CITY 2025” ภายใต้หัวข้อ “SMART CITY เทคโนโลยีในเมืองอัจฉริยะ“ ซึ่งจัดโดยสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ สปริงนิวส์ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ว่า ปัจจุบันโลกแบ่งออกเป็น 4 ระลอก ได้แก่ 1.Economic Recession เศรษฐกิจถดถอย 2.AI Revolution การมี AI เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและสังคม และประเทศไทยจะใช้ AIอย่างไร เพื่อนำพาประเทศไปสู่ระดับสากล 3.Climate Change ความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าโลกร้อน ซึ่งกระทบกับมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตบนโลก และ 4.Biodiversity Collapse การเปลี่ยนแปลง การกลายพันธุ์ หรือสูญพันธุ์

          ในปี 2016 ประเทศไทยมีการพูดถึง Smart City เรามีกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองชั้นนำของโลก จะก้าวสู่ Smart City ให้ได้ โดย IMD รวบรวมข้อมูลใน 20 มิติ เพื่อจัดอันดับเมือง Smart City พบว่า ในปี 2020 ไทย อยู่อันดับที่ 78 แต่ในปีนี้ อยู่อันดับที่ 84 ของโลก 

          ทั้งนี้ มี 5 มิติของ IMD ที่ควรมุ่งเน้น หากต้องการสร้าง Smart City ได้แก่ Health & Safety, Mobility, Activities, Opportunities และ Governance ใน 5 มิตินี้ มีจุดร่วม 2 แกนสำคัญ คือ City Structure โครงสร้าง กฎหมาย นโยบาย แนวทางที่รัฐเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้ และ Technology ที่พบว่าประเทศไทย ต้องมี 2 แกนสำคัญนี้ในเมืองต่างๆ

          ในระดับเอเชีย เมื่อเทียบไทย อันดับที่ 22 กับสิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับ 1 แบ่งเป็น จำนวน CCTV เมื่อเทียบกับประชากร ไทย 75.1% สิงคโปร์ 80.8%, การเข้าไปแก้ปัญหาให้กับประชาชน ไทย 60.2% สิงคโปร์ 70.2%, การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ไทย 32.9% สิงคโปร์ 64.9% และการสร้างความปลอดภัย ไทย 50% สิงคโปร์ 80.4% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นว่าไทยควรแก้ปัญหาในเรื่องใด

          สำหรับในไทย บริษัทมีแพลตฟอร์มบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่อง Smart Security คือ MettrIQ เช่น บริษัทร่วมมือกับ PLANB นำระบบของ MettrIQ เข้ามาป้องกันการโจรกรรมสายไฟฟ้า ตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา 

          “ที่สำคัญกว่าเทคโนโลยี คือ การจัดเก็บดาต้า โดยเมื่อใส่เทคโนโลยีไปแล้ว สามารถจัดเก็บดาต้ามารวมกันได้หรือไม่ ทุกคนได้ยินคำว่า AI ซึ่ง AI จริงๆ แล้วเกิดขึ้นจากการนำดาต้ามาทำ Analytic เมื่อเกิดขึ้นแล้วถึงประเมิน ลด เลิก สิ่งต่างๆ ในอนาคต ดังนั้นขณะนี้เทคโนโลยีเกิดขึ้นแล้ว มีอยู่จริง เรามองเห็นอนาคต แต่จุดเริ่มต้น คือ การร่วมดาต้า เพื่อทำ AI ให้เกิดขึ้นจริง” นายขยล กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์