บ้านปู เน็กซ์ เดินหน้าหนุน “เกาะสมุย” สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
บ้านปู เน็กซ์ ลงนาม MOU กับเทศบาลนครเกาะสมุย เดินหน้ายกระดับให้ "เกาะสมุย" เป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เร่งนำพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงมาใช้
บ้านปู เน็กซ์ ผู้นำด้านโซลูชันพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาแผนแม่บทในการผลักดันเกาะสมุยสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ โดยมีเป้าหมายดังนี้
1.เสริมศักยภาพและเพิ่มโอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2.สนับสนุนการรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืน
3.นำพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงมาใช้
ความสำคัญของเกาะสมุย
- เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก อันดับ 9 จากนิตยสาร Travel + Leisure ปี 2567
- มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 70,000 คน
- มีประชากรแฝงอีกประมาณ 3 เท่าของประชากรที่อาศัยอยู่ถาวร
- รองรับนักท่องเที่ยวประมาณ 3,000 คนต่อวัน
ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับเกาะสมุยในการบริหารจัดการความท้าทายหลักที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นความขาดแคลนและไม่มั่นคงทางพลังงาน ระบบขนส่งมวลชนที่ขาดประสิทธิภาพ ข้อกังวลด้านความปลอดภัย ปัญหาขยะสะสม และการปล่อย CO2 เป็นต้น
กลยุทธ์ผลักดัน “เกาะสมุย” ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่าบริษัท บ้านปู เน็กซ์จะดำเนินการดังนี้
1.วิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์เพื่อลดการปล่อย CO2
2.ออกแบบ Net Zero Solutions ที่เหมาะสม
3.สำรวจความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน
4.ศึกษาการนำบริการ E-Mobility มาใช้ปรับปรุงระบบขนส่ง
5.พิจารณาการติดตั้งเทคโนโลยีจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ
ขณะที่ นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่าเทศบาลมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น "เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลอ่าวไทย" และมุ่งมั่นพัฒนาเกาะสมุยให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและเมืองอัจฉริยะสำหรับทุกคน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับบ้านปู เน็กซ์ จะนำไปสู่แผนการพัฒนาที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) และเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608


