
ค่าฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือยังวิกฤต! เชียงใหม่ยืน 1 อากาศแย่สุดในโลก
ค่าฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือยังวิกฤต! เชียงใหม่ขึ้นแท่นเบอร์ 1 อากาศแย่สุดในโลก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง ด้านจุดความร้อนสะสมพบ ไทยมีการเผาเกือบ 4000 จุด
สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ประจำวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2567 บริเวณเขตภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ โดยรายงานคุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก ล่าสุดจากเว็บไซต์ IQAir เมื่อเวลา 09.24 น. พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 1 ของโลก “เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุด” คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง
โดยฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินมาตรฐานที่บริเวณภาคเหนือ
- ดอยสะเก็ด, จังหวัดเชียงใหม่
- สันทราย, จังหวัดเชียงใหม่
- เชียงใหม่, จังหวัดเชียงใหม่
- เชียงราย, จังหวัดเชียงราย
- สุโขทัย, จังหวัดสุโขทัย
- แม่เมาะ, จังหวัดลำปาง
- อุตรดิตถ์, จังหวัดอุตรดิตถ์
- ขอนแก่น, จังหวัดขอนแก่น
- อุดรธานี, อุดรธานี
- เพชรบูรณ์, จังหวัดเพชรบูรณ์
ขณะที่ ศ.นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยข้อมูลว่า วันนี้จำนวนจุดความร้อนยังคงอยู่ในระดับสูงมากทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนย่ำแย่ต่อไป
โดย ณ เวลา 6.00 น. มีอย่างน้อย 3 พื้นที่ที่อากาศเป็นอันตราย (โซนสีน้ำตาลหรือ PM2.5 เฉลี่ยรายชั่วโมงเกิน 250 มคก./ลบม.) 24 พื้นที่ที่อากาศไม่ดีอย่างยิ่ง (โซนสีม่วงหรือ PM2.5 เฉลี่ยรายชั่วโมง 151-250 มคก./ลบม.) และอีก 168 พื้นที่ที่อากาศไม่ดี (โซนสีแดงหรือ PM2.5 เฉลี่ยรายชั่วโมง 56-150 มคก./ลบม.) ซึ่งน่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกตลอดทั้งวัน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่คุณภาพอากาศไม่ดีโปรดอยู่ในห้องปลอดฝุ่นและงดทำกิจกรรมนอกบ้านจนกว่าอากาศจะดีขึ้น
จุดความร้อนสะสมในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา (นับถึงเวลา 5.30 น.ของวันนี้) ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียม NOAA-20 พบว่าประเทศไทยมีการเผาเกือบ 4000 จุด และพม่ายังมีการเผาอย่างมโหฬารเกือบ 5000 จุด
อัตราการระบายอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ พบว่าวันนี้ภาคเหนือจะมีการระบายอากาศปานกลาง จึงคาดว่าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนวันนี้น่าจะมี PM2.5 สะสมในระดับสูงตลอดวัน และอาจทุเลาลงในช่วงเย็น รวมทั้งบริเวณชายแดนซึ่งจะได้รับผลกระทบจากมลพิษข้ามแดน
จำนวนจุดความร้อนสะสมรายจังหวัดของประเทศไทย (จากดาวเทียม S-NPP) เมื่อวานนี้ พบว่าเชียงใหม่มีการเผามากกว่า 300 จุด แม่ฮ่องสอน ตาก ลำปาง และน่านมีการเผามากกว่า 200 จุด ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นการเผาในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์
สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์







