
แสนสิริ ชี้ครึ่งปีหลังคอนโดฯยังโตต่อ
แสนสิริ ชี้ เรียลดีมานด์ดันยอดขายคอนโดครึ่งปีหลังโตต่อ แต่จะไม่หวือหวา เผยยอดขาย 5 เดือนเกินเป้า 20% เตรียมผุดอีก 9 โครงการ เน้นราคา 1-3 ล้านบาท
แสนสิริ ชี้ เรียลดีมานด์ดันยอดขายคอนโดครึ่งปีหลังโตต่อ แต่จะไม่หวือหวา เผยยอดขาย 5 เดือนเกินเป้า 20% เตรียมผุดอีก 9 โครงการ เน้นราคา 1-3 ล้านบาท
นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการ คอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมครึ่งปีหลัง 2554 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้โครงการคอนโดมิเนียมอาจจะไม่สามารถปิดโครงการได้อย่างรวดเร็วภายในวันเดียวเหมือนในอดีต เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เริ่มลดน้อยลง แต่คนซื้อคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นการซื้อเพื่ออยู่จริง
ดังนั้น แม้ยอดขายของคอนโดมิเนียมจะไม่หวือหวา แต่ก็สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีการเกิดฟองสบู่คอนโดมิเนียมที่โครงการคอนโดมิเนียมล้นตลาดเพราะมีการซื้อลงทุนเก็งกำไรมากกว่าการซื้อจริงเพื่ออยู่อาศัย โดยพื้นที่ติดรถไฟฟ้าและใจกลางแหล่งชุมชนยังคงเป็นบริเวณที่ได้รับความนิยม
สำหรับยอดขายคอนโดมิเนียมของบริษัท ใน 5 เดือนแรกของปี 2554 มียอดขายรวม 3,000 ล้านบาท เกินกว่าเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ที่ 2,500 ล้านบาท ประมาณ 20% โดยคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1 – 4 ล้านบาทมียอดขายต่อเนื่องสูงที่สุด เนื่องจากคนซื้อส่วนใหญ่เป็นคนซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง รวมทั้งการออกแบบและสถานที่ตั้งของโครงการของแสนสิริก็ตอบรับพฤติกรรมการอยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ยังมีมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกของรัฐบาลเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วยิ่งขึ้น
ส่วนโครงการที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน (A-Segment) ก็ยังคงได้รับความนิยมเช่นกัน หากตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นที่นิยม รวมทั้งมีคุณภาพและการออกแบบโครงการที่โดดเด่น เห็นได้จากยอดขายของ Quattro by Sansiri ที่แม้จะมีระดับราคาที่ค่อนข้างสูง คือ 8.9 – 36 ล้านบาท แต่ก็มียอดขายสูงถึง 85% โดยแสนสิริวางเป้าว่าจะสามารถปิดโครงการนี้ได้ภายในสิ้นปี 2554
ปัจจุบันบริษัทเหลือจำนวนยูนิตพร้อมขายคอนโดมิเนียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้น บริษัทจึงต้องเร่งแผนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ให้เร็วขึ้น โดยคาดการณ์ว่าภายในครึ่งปีหลัง จะเปิดโครงการใหม่ๆ อีกประมาณ 9โครงการ รวมมูลค่ากว่า 17,700 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-3 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัท ได้เผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณา เพื่อสะท้อนแนวคิด “Vertical Living” ในการพัฒนาโครงการที่พร้อมจะสร้าง “ที่ที่ใช้ชีวิต” ให้แก่กลุ่มลูกค้า เพื่อตอกย้ำภาพผู้นำของตลาดคอนโดมิเนียมเมืองไทยในทุกระดับราคา โดยต้องการกระตุ้นให้ลูกค้าคิดตามและมองเห็นคุณค่าที่เรามุ่งพัฒนาโครงการเพื่อสร้าง “Vertical Living” ที่มีคุณภาพ







