
ไรมอนแลนด์ปัดข่าวขายกิจการให้กลุ่มเจริญ
ไรมอนแลนด์ ปฏิเสธข่าวขายกิจการให้จากกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี แต่เปิดกว้างหาพันธมิตรใหม่ร่วมทุนเพื่อพัฒนาเป็นรายโครงการ
ไรมอนแลนด์ ปฏิเสธข่าวขายกิจการให้จากกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี แต่เปิดกว้างหาพันธมิตรใหม่ร่วมทุนเพื่อพัฒนาเป็นรายโครงการ
นายอูแบร์ วิริออท กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไรมอน แลนด์ เปิดเผยว่า จากกรณีกระแสข่าวการเจรจาขอซื้อกิจการของบริษัทจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ คือกลุ่มทีซีซีแลนด์ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี นั้นไม่เป็นความจริงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น และหากมีการเจรจาขอซื้อจะต้องติดต่อผ่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่ IFA Hotels & Resorts 3 Ltd. อย่างไรก็ตาม IFA ยืนยันที่จะลงทุนระยะยาวโดยหวังผลตอบแทนรายได้จากการลงทุน จึงไม่ต้องการขายกิจการ แต่พร้อมที่จะเปิดรับผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามาหรือร่วมลงทุนรายโครงการ
สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในอีก 4 ปีข้างหน้าตั้งแต่ปี 2555-2558 บริษัทมีแผนพัฒนา 5 โครงการใหม่ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท หรือปีละอย่างน้อย 1 โครงการๆละ 3,000 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯและพัทยา โดยจะเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนราคา 9 หมื่น-1.5 แสนบาท/ตร.ม. และระดับไฮเอ็น ราคา1.5 แสนบาท-2.5 แสนบาท/ตร.ม. อย่างไรก็ตามบริษัทไม่มีนโยบายซื้อที่ดินรอการพัฒนา เพราะราคาที่ดินโดยเฉพาะในกรุงเทพฯไม่มีความผันผวนหรือปรับขึ้นหวือหวาจึงไม่มีความจำเป็นต้องซื้อที่ดินรอการพัฒนา
ส่วนในปีนี้คาดว่าจะเปิดขาย 1 โครงการที่พัทยา บนเนื้อที่ 7 ไร่ โดยจะพัฒนาในระดับเดียวกับโครงการ ซายร์ วงศ์มาตย์ ประมาณ 1 แสนบาท/ตร.ม. อย่างไรก็ตามดครงการดังกล่าวจะต้องรอดูภาวะตลาดอีกครั้งและดูกระแสตอบรับโครงการซายร์อีกครั้ง
นอกจากนี้ บริษัทได้วางแผนการก่อสร้างโครงการให้สอดคล้องกับรายได้ตามมาตรฐานการบัญชีใหม่ที่กำหนดให้การรับรู้รายได้เมื่อโอนส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ต่างจากในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ที่บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนแม้ว่าจะมียอดขายอยู่ในมือแล้ว 14,354 ล้านบาท โดยยอดขายดังกล่าวจะสามารถรับรู้ในปีนี้ 376 ล้านบาท และทะยอยรับรู้ในปี 2555 จำนวน 10,279 ล้านบาท, ปี 2556 จำนวน 3,120 ล้านบาท และปี 2557 จำนวน 579 ล้านบาท
"การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานทางบัญชีส่งผลต่องบการเงินของบริษัทในปี 54 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด ประกอบกับปัจจุบัน สถานะทางการเงินของบริษัทมีความเข้มแข็งมากกว่าหลายปีก่อน โดยจะเห็นได้จากในปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ เกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งความแข็งแกร่งนี้เองจะช่วยหนุนให้บริษัทสามารถทำกำไรในปี 55 และปีต่อ ๆ ไปได้เป็นอย่างดี" นายอูแบร์ กล่าว
สำหรับยอดขายที่รอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2554 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.49 หมื่นล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากโครงการเดอะริเวอร์ในกรุงเทพฯ จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 73 ของมูลค่าโครงการ) ซึ่งภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่นั้น มูลค่าแบคล็อคนี้จะรับรู้เมื่อมีการโอนห้องชุด โดยโครงการเดอะริเวอร์จะสามารถโอนให้กับลูกค้าได้ในปี 55
ส่วนโครงการ 185 ราชดำริในกรุงเทพฯ ณ สิ้นเดือนมี.ค. มียอดขาย (ทำสัญญาแล้ว) กว่า 35% ของพื้นที่ขายทั้งหมดของโครงการ ส่วนโครงการนอร์ทพ้อยท์ในพัทยา มียอดขาย 75% ณ สิ้นสุดไตรมาส 1/54 และโครงการใหม่ ซายร์ วงศ์อมาตย์ มียอดขาย 22%







