posttoday
บ้านเราแสนสุขใจ...อภิสรดา สุขเจริญผล

บ้านเราแสนสุขใจ...อภิสรดา สุขเจริญผล

27 มกราคม 2553

บ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ เต็มไปด้วยความครึกครื้นของเด็กๆ เขาว่าบ้านไหนมีเด็ก บ้านนั้นจะสดชื่นแจ่มใส....

บ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ เต็มไปด้วยความครึกครื้นของเด็กๆ เขาว่าบ้านไหนมีเด็ก บ้านนั้นจะสดชื่นแจ่มใส....

โดย...อนุสรา ทองอุไร

บ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ เต็มไปด้วยความครึกครื้นของเด็กๆ เขาว่าบ้านไหนมีเด็ก บ้านนั้นจะสดชื่นแจ่มใส มีชีวิตชีวาจากความน่ารักและซุกซนของเด็กๆ ตัวน้อย และบ้านไหนมีผู้ใหญ่ บ้านนั้นก็จะอบอุ่น เพราะเหมือนมีร่มโพธิ์ ร่มไทร คอยปกป้อง และสร้างความอบอุ่นใจให้แก่ลูกหลาน ซึ่งบ้านหลังนี้มีครบตามที่พูดมา เนื่องจากเป็นบ้านของเจ้าของโรงเรียนสุขเจริญผล โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของโรงเรียน แม้บ้านหลังนี้อาจจะดูไม่ใหญ่โตอลังการมากนัก แต่ก็กว้างขวางพอสำหรับครอบครัวอบอุ่น ขนาดพอเหมาะของคน 3 คน คือ คุณแม่ และน้องชายของ ครูก้อ-อภิสรดา สุขเจริญผล

ครูก้อ เล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างขึ้นตอนที่เธอยังเรียนหนังสืออยู่ โดยทั้งเธอและน้องชายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาคนละ 10 กว่าปี บ้านหลังนี้จึงตกแต่งโดย คุณแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นสไตล์วิกตอเรียนตามที่ คุณแม่ชอบ เธอเพิ่งมามีส่วนร่วมตอนที่กลับมาจากต่างประเทศเมื่อ 3-4 ปีนี้เอง

บ้านเราแสนสุขใจ...อภิสรดา สุขเจริญผล

โดยโครงสร้างเดิมก็ยังคงแนวเดิมของคุณแม่ ไว้ แต่เธอใส่รายละเอียดในเรื่องของตกแต่ง เช่น พวกรูปภาพ ของตั้งโชว์ต่างๆ เนื่องจากทั้งเธอและคุณแม่มีภารกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ไปประเทศไหนก็ซื้อของที่ระลึกมาแต่งบ้าน พวกเซรามิกบ้าง เครื่องแก้วบ้าง งานกระเบื้องบ้างมาตกแต่งไว้ เลยทำให้บ้านหลังนี้มีกลิ่นอายของความเป็นผู้หญิงสูงมาก จะมีแจกันดอกไม้ทั้งสดและแห้งเต็มไปหมด ส่วนสีจะเน้นโทนสีหวานๆ อย่างสีครีมให้ความรู้สึกสบายตาสบายใจ ซึ่งเป็นสีโปรดของคุณแม่ และเป็นสีพื้นๆ กลางๆ ที่จับคู่กับสีอื่นได้ง่าย

“ของที่คุณแม่เก็บสะสมไว้ตลอดก็คือ ของ ที่ลูกๆ ทั้งสองซื้อมาฝากหรือทำให้แม่ เนื่องใน โอกาสสำคัญต่างๆ คุณแม่จะไม่เคยทิ้ง จะเก็บ ใส่ตู้ไว้ เป็นของที่เราทำให้ตั้งแต่เด็กๆ ก็ยังอยู่เลย คุณแม่ว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ของครอบครัวแล้ว มีคุณค่าทางใจ เป็นความทรงจำที่ดีระหว่างคุณแม่และลูกๆ”

แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงเน้นความโล่ง โปร่ง สบายเป็นหลัก เนื่องจากไม่ชอบบ้านที่มีของเยอะๆ แน่นๆ ไปหมดนั้น ให้ความรู้สึกอึดอัดไม่สบาย รวมถึงบ้านหลังนี้เลี้ยงสุนัขเยอะทั้งตัวใหญ่และตัวเล็ก ที่อนุญาตให้เข้ามาในบ้านได้ก็หลายตัวอยู่ ไม่นับที่อยู่นอกบ้านอีกนับสิบตัว เราจึงต้องทำบ้านให้โล่ง เพื่อให้น้องหมาเขาได้เดินและวิ่งได้อย่างสะดวก เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของคนทั้งบ้าน โดยเฉพาะน้องชายนั้นรักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ เราจึงต้องแต่งบ้านเพื่อให้น้องหมาได้สุขสบายในการวิ่งเล่นด้วย

“ส่วนการตกแต่งอื่นๆ ก็มีการเอาหลักฮวงจุ้ยมาใส่บ้าง เพราะเราทำธุรกิจหลายอย่าง อะไรนิดๆ หน่อยๆ ที่ทำแล้วสบายใจ เราก็ไม่ปฏิเสธ เช่น น้องชายก็เอาเรือใบ 2 ลำ มาตั้งประดับไว้ที่บ้านและที่โรงเรียนทั้งสองสาขา เขาเชื่อกันว่าเรือใบจะช่วยขนเงินขนทองเข้าบ้าน (ต้องหันหัวเรือเข้าบ้าน) ก็ทำตามหน่อย ไม่เสียหาย แล้วมีรูปม้า 8 ตัวกำลังวิ่ง เพราะเป็นความเชื่อของคนจีนว่าต้องเป็นม้าตอนเช้า เพื่อจะได้ตื่นตัวขยันทำมาหากิน ขยันทำงาน มีงานเข้าเยอะๆ เศรษฐกิจในบ้านจะได้เจริญรุ่งเรือง แล้วตุ๊กตาเซรามิกตัวใหญ่ๆ ไว้ตามมุมบ้าน ส่วนภาพวาดอื่นๆ ก็เอาสวยงามเป็นหลัก ไม่เน้นว่าจะต้องเป็น ศิลปินดังๆ เท่านั้น เรียกว่าเราแต่งบ้านด้วย ความสบายใจเป็นหลัก”

บ้านเราแสนสุขใจ...อภิสรดา สุขเจริญผล

บ้านหลังนี้รับลมเย็นมาอย่างเต็มที่ เพราะด้านหลังของบ้านเป็นคลองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหน้าฝนหรือหน้าหนาวนั้น แทบไม่ต้องเปิดแอร์เลย เปิดหน้าต่างรับลมเย็นจากธรรมชาติ แล้วเปิดพัดลมให้ระบายอากาศก็นอนสบายแล้ว เพราะลูกๆ บ้านนี้ไม่ค่อยชอบออกไปไหน เราจึงค่อนข้างติดบ้านกันทั้งพี่ทั้งน้อง เพราะอยู่บ้านก็มีความสุขดี จะต้องไปหาความสุขนอกบ้านทำไม เรามีทั้งห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ มีห้องดูทีวีจอยักษ์ เรียกว่าทำความบันเทิงให้ครบ ไว้ในบ้านเลย เมื่อบ้านเป็นศูนย์รวมความสุขความบันเทิงแล้ว สมาชิกในบ้านจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปแสวงหาความสุขจากนอกบ้าน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท