
บ้านนี้มีรัก...สุวรรณา อัครพงศ์พิศักดิ์
อยากให้บ้านเป็นสถานที่พิเศษ ที่เป็นศูนย์รวมความสุขของทุกคนในครอบครัว เพราะเชื่อว่าบ้านนี้มีแต่ความรัก....
อยากให้บ้านเป็นสถานที่พิเศษ ที่เป็นศูนย์รวมความสุขของทุกคนในครอบครัว เพราะเชื่อว่าบ้านนี้มีแต่ความรัก....
โดย...อนุสรา ทองอุไร
คนในเมืองหลวง โดยเฉพาะคนทำงาน ส่วนใหญ่มักจะมีเวลาอยู่บ้านเพียงน้อยนิด เพียงแค่วันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนวันธรรมดานั้นบ้านคงเป็นได้เพียงที่เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไว้ พักผ่อนนอนหลับเพียงวันละ 6-7 ชั่วโมงเท่านั้น ที่เหลือคือใช้เวลาอยู่ที่ทำงานและบนท้องถนน อีกวันละ 2-3 ชั่วโมง แต่สำหรับเธอคนนี้คง เป็นกรณีพิเศษ เพราะเธอเลือกที่จะปลูกบ้าน อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงานในย่านลาดพร้าว เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางกับการจราจรที่แออัด เพื่อจะได้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสักวันละ 3 ชั่วโมง เพราะอยากให้บ้านเป็นสถานที่พิเศษ ที่เป็นศูนย์รวมความสุขของทุกคนในครอบครัว เพราะเธอเชื่อว่าบ้านนี้มีแต่ความรัก สุวรรณา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้บริหารบริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล กล่าวด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
บ้านคือทุกสิ่งทุกอย่าง
เธอเล่าว่าบ้านหลังนี้เป็นหลังที่ 2 ที่เพิ่งปลูกได้ประมาณ 6 ปี บนเนื้อที่ 2 ไร่ หลังจากที่ลูกๆ เริ่มโตขึ้นจึงย้ายจากเรือนหอหลังแรก มาอยู่ที่นี่อย่างถาวรและใกล้ๆ กับที่ทำงานชนิดเดิน แป๊บเดียวถึง นอกจากเหตุผลที่ต้องการบ้าน หลังใหญ่ขึ้นให้เหมาะกับสมาชิกครอบครัวที่โตขึ้นแล้ว เธอต้องการแบ่งพื้นที่ราวๆ 30% ไว้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะดอกลีลาวดีสุดโปรดของเธอ รวมทั้งเจ้า 4 ขาสมาชิกแสนรักอีก 5-6 ตัวให้ได้มีบริเวณไว้วิ่งเล่นออกกำลังขาให้แข็งแรง
“บ้านหลังนี้จึงตอบทุกโจทย์ตามที่เราพ่อ แม่ ลูก ต้องการ มีต้นไม้เยอะๆ มีสระว่ายน้ำ มีที่เลี้ยงน้องหมา และที่สำคัญก็คือไว้รองรับเพื่อนฝูงทั้งของพ่อแม่ และเพื่อนของลูกๆ ซึ่งเรามีเรือนรับรองหลังเล็กๆ ไว้สำหรับแขกโดยเฉพาะเพื่อความเป็นสัดเป็นส่วนอยู่ริมสระว่ายน้ำ”
นอกจากนี้ บ้านนี้ยังเต็มไปด้วยเสียงดนตรี เพราะคุณแม่ชอบเล่นเปียโนกับกีตาร์โปร่ง ส่วนคุณพ่อชอบสะสมกลองและตีกลอง ดังนั้นบ้านนี้จึงมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนต้องการ คุณแม่จึงรักการอยู่บ้านเป็นชีวิตจิตใจไม่ค่อยชอบออกไปไหน (ยกเว้นไปทำงาน) เพื่อนฝูงอยากปาร์ตี้สังสรรค์ขอเชิญที่บ้านได้ตลอดเวลา
ตกแต่งสไตล์โคลิน
การตกแต่งแน่นอนว่ามีคุณแม่เป็นแกนนำ โดยเน้นสีครีมทอง-ขาวครีม เน้นเพดานสูง สไตล์โคลิน (เป็นยุคหนึ่งของกรีก) ชั้นบนมี 4 ห้องนอน ชั้นล่างมีห้องสมุด ห้องอเนกประสงค์ ห้องกินข้าว ห้องรับแขก ห้องดูทีวีและคาราโอเกะ ขนาดเหมาะกับการใช้งานไม่ใหญ่มากนัก แต่ละห้องจะเน้นการตกแต่งด้วยไม้ เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ดูเป็นบ้านตึกมากเกินไป
การตกแต่งก็เน้นความเรียบง่ายเหมาะกับการใช้งาน เพราะลูกๆ เพิ่ง 10 กว่าขวบก็จะไม่เน้นตกแต่งจุกจิกมีรายละเอียดมาก สิ่งที่มีมากที่สุดก็คือรูปถ่ายและรูปวาด เนื่องจากคุณแม่กับคุณลูกมีงานอดิเรกในการวาดภาพ โดยเฉพาะภาพที่มีสีสันสนุกสนานสดใส ผลงานจึงถูกนำมาเป็นของตกแต่งบ้านอยู่หลายชิ้น
บ้านนี้มีแต่ลูกสาว สมาชิกมีผู้หญิงมากกว่า การตกแต่งจึงเน้นอ่อนหวาน แจกันดอกไม้จึงมีอยู่ทุกมุมของบ้าน เพราะแม่กับลูกช่วยกันจัดหา รวมทั้งพวกเครื่องเซรามิก แก้วกาแฟ แก้วมัคส์ (เจ้าของบ้านติดกาแฟหอมกรุ่น) ก็มีเยอะ การ ตกแต่งก็เน้นความเรียบง่ายเหมาะกับการ ใช้งาน เพราะลูกๆ เริ่มโตแล้วไม่ต้องกลัวแตกหัก พวกแก้วและเซรามิกจึงมีอยู่หลายมุม
บ้านคือที่พักพิงใจและให้ความรัก
สุวรรณา กล่าวว่า เธอให้ความสำคัญกับบ้านมาก เพราะเธอเป็นคนติดบ้าน เช้าเดินไปทำงาน กลางวันกลับมาทานข้าวที่บ้าน เรียกว่าทานข้าว ที่บ้านทั้ง 3 มื้อ และบ้านของเธอยังมีเพื่อนฝูง มาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอๆ อีกทั้งเธอและครอบครัวนับถือศาสนาคริสต์ จึงใช้บ้านเป็นที่รวม ในการสามัคคีธรรม จัดกลุ่มให้คำปรึกษา เมื่อเพื่อนหรือสมาชิกที่โบสถ์มีปัญหาต้องการ คำปรึกษาก็จะมีจัดกลุ่มย่อยให้ที่นี่ทุกวันอังคารและวันเสาร์
“ที่บอกว่าบ้านนี้มีความรัก นอกจากความรักที่ให้กันของคนในครอบครัวแล้ว ยังเป็นความรักที่เผื่อแผ่แบ่งปันให้คนอื่นด้วย เมื่อเราพอมีความพร้อมเรื่องสถานที่และเวลา บ่อยครั้งเธอก็ทำบ้านเป็นโบสถ์ย่อยๆ เพื่อให้สมาชิกในโบสถ์ได้มาสามัคคีธรรมกัน ปรึกษาหารือเมื่อสมาชิกมีปัญหาเพื่อถ่ายทอดความรักและกำลังใจให้คนอื่นด้วยจิตใจที่หวังดีให้ในสิ่งที่เราจะให้คนอื่นได้บ้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี เวลาเดินทางไปต่างประเทศเจอบทกลอนดีๆ ที่เป็นคำสอนที่ให้กำลังใจเราก็จะซื้อมาติดเตือนใจไว้ เจอไม้กางเขนสวยๆ ก็จะซื้อกลับมาเพื่อเสริมสร้างกำลังใจที่ดีเพื่อให้บ้านเป็นที่พักพิงใจสำหรับทุกคน”







