
แลนด์ฯเปิด18โครงการใหม่บุกตลาดปี54
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เปิดแผนปี 54 เปิด 18 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 4.1 หมื่นล้านบาท รวมตั้งเป้ายอดขายโต 25%
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เปิดแผนปี 54 เปิด 18 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 4.1 หมื่นล้านบาท รวมตั้งเป้ายอดขายโต 25%
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่าปีนี้ได้ตั้งเป้ายอดขายรวม 2.5 หมื่นล้านบาทเติบโตจากปีก่อน 25% ที่มียอดขายรวม 2 หมื่นล้านบาท โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 18 โครงการ ประกอบด้วย โครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล 16 โครงการ และต่างจังหวัด 2 โครงการ มูลค่ารวม 41,820 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 14 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 2 โครงการ คอนโดมิเนียม 2 โครงการ
โดยตั้งงบซื้อที่ดินในปีนี้ไว้ 6,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่เปิดดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น 47 โครงการ อยู่ในเขตกทม.และปริมณฑล 37 โครงการ และต่างจังหวัด 10 โครงการ โดยสัดส่วนรายได้ของธุรกิจหลักปีนี้จะมาจาก บ้านเดี่ยว 67% ทาวน์เฮ้าส์ 7% คอนโดมิเนียม 26% จากปีที่แล้วสัดส่วนอยู่ที่บ้านเดี่ยว 64% ทาวน์เฮ้าส์ 8% และคอนโดฯ 28%
"ปี 54 ราคาบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาทจะโตเป็น 15% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 10% เนื่องจากออกโครงการที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เช่น อินนิชิโอ เดอะคีย์ ทำให้รายได้ต่ำกว่า 3 ล้านบาทสัดส่วนเพิ่มขึ้น" นายอดิศร กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้ ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม คาดว่าจะทยอยรับรู้ในสิ้นปี 54 และ ปี 55 เช่น โครงการสาทร-ตากสิน โครงการเดอะรูม 62 และโครงการโอกาส หัวหิน
สำหรับภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกระทบคือ อัตราดอกเบี้ยที่มีทิศทางขาขึ้น โดยคาดว่าทั้งปีจะปรับขึ้นประมาณ 0.75% ซึ่งจะกระทบต้นทุนผู้ประกอบการ และอำนาจของผู้ซื้อ ส่วนปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อก็มีทิศทางเร่งตัวขึ้นและราคาน้ำมันคาดว่าจะมีราคาเฉลี่ยที่ 90-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้งการที่ต้นทุนเพิ่ม ส่งผลให้วัสดุและค่าแรงงานปรับเพิ่มขึ้นด้วย
"การปรับราคาบ้านคงจะทยอยปรับ คงจะทยอยปรับ ไม่เกิน 5% ขณะที่ต้นทุนค่าก่อสร้างตลาดรวมปรับขึ้น 5-7% ซึ่งในส่วนของบริษัทฯได้เจรจากับซัพพลายเออร์ และซื้อวัสดุก่อสร้าง ล่วงหน้ารวมทั้งมีการล็อคราคาไว้แล้ว โดยบางส่วนซื้อสต๊อคมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อาทิ ปูนซีเมนต์ เหล็ก ทำให้ต้นทุนขยับขึ้นน้อยกว่าตลาด"นายอดิศรกล่าว
ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้จะไม่ค่อยสดใสนัก เนื่องจากมีซัพพลายออกมาจากตลาดค่อนข้างมาก ทำให้การปรับราคาขายทำได้ค่อนข้างยาก จากปัจจุบันกำไรในธุรกิจคอนโดมิเนียมเฉลี่ย อยู่ที่ 34-35% จึงทำให้มีผูประกอบการเข้ามาสู่ธุรกิจนี้จำนวนมาก
นายอดิศรกล่าวว่าบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้อย่างน้อย 4,000 ล้านบาท โดยชุดแรกจำนวน 2,500 ล้านบาท ได้นำออกขายแล้วตั้งแต่ 20 ม.ค.54 และชุดถัดไปคาดว่าจะออกขายในช่วงไตรมาส 3/54 นอกจากธุรกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว บริษัทยังมีรายได้จาก 2 แหล่ง คือ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 1 ใน 3 ของกำไรรวมทั้งหมด
ขณะที่รายได้จากค่าเช่าเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ เป็นทรัพย์สินภายใต้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ซึ่งปีที่ผ่านมาทำรายได้รวม 690 ล้านบาท คาดว่าปี 54 จะมีรายได้ในส่วนนี้เติบโต 60% เป็นรายได้รวม 1,100 ล้านบาท และในปีถัดไปจะเติบโตอีก 50-60% หลังจากโครงการเทอร์มินัล 21 เปิดดำเนินการเต็มปี นอกจากนี้บริษัทมีแผนจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์อีก 1 โดยอยู่ระหว่างพิจารณานำสินทรัพย์เข้าจัดตั้งกองทุน







