
แสนสิริส่ง23โครงการ3หมื่นล.ลุยปี54
แสนสิริเผยแผนธุรกิจปี54 รุกต่อเนื่องอีก 23 โครงการ มูลค่ารวมทะลุ 3 หมื่นล้าน เผยปี53สร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัย 7,900ยูนิต เติบโตกว่าปีก่อนหน้ากว่า93%
แสนสิริเผยแผนธุรกิจปี54 รุกต่อเนื่องอีก 23 โครงการ มูลค่ารวมทะลุ 3 หมื่นล้าน เผยปี53สร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัย 7,900ยูนิต เติบโตกว่าปีก่อนหน้ากว่า93%
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจในปี 2553 สามารถสร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัย รวมประมาณ 7,900 ยูนิต จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 55 โครงการ คิดเป็นยอดขายกว่า 27,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีก่อนถึงกว่า 93% โดยคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตขึ้นในทิศทางเดียวกันหรือสูงกว่าปีก่อนถึง 20%
นอกจากนี้ปัจจุบันกลุ่มบริษัทแสนสิริมียอดขายล่วงหน้าที่รอรับรู้รายได้ในอีก 1 – 3 ปี ประมาณ 24,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับบริษัทเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จะมีรายได้รวมในปี 2553 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 18,900 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 1,720 ล้านบาท รวมทั้งอัตราเงินปันผลปี 2553 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2554 กลุ่มบริษัทแสนสิริยังคงใช้กลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ครบวงจร โดยมีแผนจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ อย่างน้อย 23 โครงการ ในทำเลที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย มูลค่าโครงการขายประมาณ 30,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 10,000 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 11โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 17,000 ล้านบาท และโครงการทาวน์เฮาส์ประมาณ 4 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท
ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ต่อเนื่องจากปีก่อน กลุ่มบริษัทแสนสิริและบริษัทในเครือจะมีโครงการที่อยู่อาศัยรองรับการขายในปี 2554 อย่างน้อยถึง 80 โครงการ ส่วนประมาณการยอดขายรวมสำหรับปี 2554 ไว้ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท
ขณะนี้สภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจและทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดังจะเห็นจากอัตราการเติบโตของจีดีพีที่สูงขึ้นติดต่อกันในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้คาดว่าน่าจะเห็นอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ประมาณ 4 - 5% นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ การส่งออก การท่องเที่ยว และอัตราดอกเบี้ยซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่หากมีการเลือกตั้งใหม่คาดว่าจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดลงหรือคงที่
ขณะที่ทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ 90% อยู่ในทิศทางที่ดีหากเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของยุโรปหรืออเมริกา
นอกจากนี้มองว่า สถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นตลาดของรายใหญ่ ที่มีการแข่งขันกันในทิศทางที่ชัดเจน คือ มีคู่แข่งที่ชัดเจน มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และจุดเด่นที่แต่ละบริษัทมีแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ในส่วนของแสนสิรินั้นในปีนี้น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการเน้นให้ความสำคัญกับการทำการตลาดแบบโซเชียลมีเดียมากขึ้นรวมทั้งการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง







