posttoday
ASW แย้มผลงานครึ่งปีหลังเด่น 7โครงการพร้อมโอนมูลค่ากว่าหมื่นล.หนุน

ASW แย้มผลงานครึ่งปีหลังเด่น 7โครงการพร้อมโอนมูลค่ากว่าหมื่นล.หนุน

11 สิงหาคม 2566

‘ASW’ผลงานครึ่งปีหลังเด่น ดัน 7โครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านหนุนรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 7,200 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกตุนยอดขาย 7,169 ล้านบาท กวาดรายได้ 3,015 ล้านบาท กำไรสุทธิ 440 ล้านบาท

ครึ่งหลังดี ทั้งปีเข้าเป้า

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจผลงานในครึ่งปีหลังจะโดดเด่น เนื่องจากมีโครงการทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่พร้อมรับรู้เป็นรายได้รวม 7 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมสูงถึง 10,950 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่แล้วเสร็จในไตรมาส 3/2566 จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 3,950 ล้านบาท ได้แก่โครงการ โมดิซ รามคำแหง, แอทโมซ พอร์ตเทรต ศรีสมาน, แอทโมซ ซีรีน ศรีราชา 

และไตรมาส 4/2566 จำนวน 4 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 7,000 ล้านบาท ได้แก่โครงการ แอทโมซ คาแนล รังสิต, แอทโมซ โอเอซิส อ่อนนุช, แอทโมซ โฟลว์ มีนบุรี, เคฟ ทาวน์ โคโลนี ซึ่งจากแผนงานดังกล่าว บริษัทมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ 7,200 ล้านบาท จะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

อสังหาฯครึ่งหลังดี

สำหรับทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง 2566 คาดว่าภายหลังจัดตั้งรัฐบาลภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะประชาชนเกิดความมั่นใจ อีกทั้งมีปัจจัยบวกสนับสนุนอยู่ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยปรับลดลงอยู่ในกรอบเป้าหมาย ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากภายหลังการประชุมคณะกรรมการการเงิน หรือ กนง.เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2566 มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2.25% จากการที่เศรษฐกิจไทยมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าไม่น่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกจนถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคประเมินความสามารถในการซื้อบ้านของตัวเองได้ชัดเจนขึ้นและกล้าจับจ่ายใช้สอย

“ล่าสุดเราสามารถปิดการขาย Campus Condo โครงการใหม่ ‘โมดิซ อาวองการ์ด’ คอนโดใหม่ใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ จำนวน 751 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท หลังจากที่เปิดการขายเพียงไม่นาน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเราเป็นผู้นำตลาด Campus Condo อย่างแท้จริง โดยในไตรมาส 3 นี้ ASW อาจจะพิจารณาปรับแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ตลาดที่มีแนวโน้มที่ดี รวมถึงเตรียมเปิดตัวโครงการเคฟ วันเดอร์แลนด์ จำนวน 1,424 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,550 ล้านบาทในไตรมาส 4 นี้บนทำเลใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ต่อเนื่อง”

อนึ่ง ASW ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงและแนวราบบนทำเลศักยภาพ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” ปัจจุบันได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรมาแล้วกว่า 54 โครงการ ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ แบรนด์ เคฟ (KAVE), แบรนด์ แอทโมซ (ATMOZ), แบรนด์ โมดิซ (MODIZ), แบรนด์ เอสต้า (ESTA) และ แบรนด์ ดิ ออเนอร์ (THE HONOR) รวมมูลค่าโครงการกว่า 63,200 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโครงการพร้อมอยู่ 38 โครงการ และโครงการที่กำลังเปิดขายและอยู่ระหว่างการพัฒนา 16 โครงการ ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 14,513 ล้านบาท

ASW แย้มผลงานครึ่งปีหลังเด่น 7โครงการพร้อมโอนมูลค่ากว่าหมื่นล.หนุน ครึ่งปีแรกแกร่ง

นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2566 (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้รวม (Revenue) 3,015 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 440 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการส่งมอบห้องชุดของโครงการคอนโดมิเนียมโมดิซ ลอนซ์ คอนโดฯ สูง 36 ชั้น ติดรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต  463 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท 

และโครงการเคฟ เอวา คอนโดฯ 8 ชั้น 5 อาคาร 1,278 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการลงทุนจากโครงการแอทโมซ ทรอปิคานา บางนา ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนที่บริษัทถือหุ้น 51% โดยก่อสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมียอดขายรวม(Pre-sale)สูงถึง 7,169 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 7 แห่ง มูลค่าโครงการรวม 11,860 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการเคฟ ป็อป ศาลายา(Kave Pop Salaya), เคฟ โคโค่ บางแสน (Kave Coco Bangsaen), แอทโมซ พาลาซิโอ ลาดพร้าว-วังหิน (Atmoz Palacio Ladprao-Wanghin), โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (Modiz Vault Kaset Sripatum), เคฟ เอ็มบริโอ รังสิต (Kave Embryo Rangsit), เคฟ ทาวน์ ไอส์แลนด์ (Kave  Town Island) และแอทโมซ ซีซั่น ลาดกระบัง (Atmoz Season Ladkranbang) 

โดยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีแรก 2566 เติบโตสอดคล้องไปกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19  แต่เนื่องจากบริษัทฯ มีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่ และทยอยโอนกรรมสิทธิ์เพียง 3 โครงการ ประกอบกับภาพรวมตลาดยังมีปัจจัยลบ อาทิ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงิน การยกเลิกมาตรการ LTV (Loan-to-Value: LTV) ความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ภาพรวมรายได้ครึ่งปีแรกอาจไม่หวือหวานัก 

อย่างไรก็ตามความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มคนทำงานที่เป็นเรียลดีมานด์ยังคงมีอยู่ อาทิ ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯ สำหรับคนทำงานในเมืองที่ต้องการการเดินทางที่สะดวก ใกล้เมือง ใกล้แหล่งงาน รวมถึงความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทคอนโดฯ เพื่อรับผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากของกลุ่มผู้มีเงินเย็นยังมีอยู่เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท