
เฟรเซอร์ส ฯ เปิดแผนโรงงาน 4.0 รับตลาดอี-คอมเมิร์ซขยาย
เฟรเซอร์ส ฯ ทุ่มงบ 3 ปี 30,000 ล้านบาท หนุนต่างชาติขยายการลงทุน ส่งผลธุรกิจเช่าอาคารอุตสาหกรรมโต เตรียมส่งอาคารอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ “Built to Function” รับลูกค้าโลจิสติกส์ ชูจุดเด่นอัพเกรดโซลูชันโรงงาน 4.0 ตั้งเป้าภายในปี 2569 มีพื้นที่ในพอร์ตโฟลิโอแตะ 4 ล้านตร.ม.
นายโสภณ ราชรักษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “FPIT” กล่าวว่า ในปี 2567-2571 ต่างชาติมีแนวโน้มในการย้ายฐานการผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอี-คอมเมิร์ซ ที่ต้องการขยายคลังสินค้าเข้าใกล้กลุ่มลูกค้ามากที่สุด เพื่อประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งต่อไปรูปแบบของคลังสินค้าจะไม่ได้เป็นเพียงคลังเก็บสินค้าแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นศูนย์กระจายสินค้า และรับคืนสินค้าด้วย
ดังนั้นคลังสินค้าที่ต้องการต้องมีรูปแบบที่เฉพาะ มีระบบออโตเมชัน รองรับการทำงาน IoT มีความพร้อมเป็นโรงงาน 4.0 และที่สำคัญคือต้องมีความสมาร์ท ตอบโจทย์โรงงานสีเขียว ด้วย
นายโสภณ กล่าวว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซ ไมได้หมายถึงเพียงลูกค้าแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ แต่หมายถึงบริษัทผู้ขนส่งสินค้าด้วย นอกจากนี้เจ้าของสินค้า ผู้ประกอบการ SME ก็มีแนวโน้มต้องการคลังสินค้าที่ใกล้ลูกค้ามากขึ้นด้วย เราจึงต้องมีแผนสร้างคลังสินค้าขนาดเล็กเพื่อรองรับความต้องการตลาดกลุ่มนี้ เช่นกัน
ทั้งนี้ บริษัทได้วางงบลงทุน 3 ปี (2566-2569) จำนวน 30,000 ล้านบาท หรือปีละ 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการจาก 3.5 ล้านตารางเมตร ที่มีอัตราเช่าอยู่ที่ 85% สู่ 4 ล้านตารางเมตร ในปี 2569 ทั้งการย่อขนาดโรงงานและการขยายโรงงานรวมถึงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมทั้งรูปแบบเช่า และ ขาย
โดยในปีนี้ ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบอาคารไปแล้วรวมพื้นที่ 140,000 ตร.ม. โดยทั้งหมดเป็นอาคารแบบสร้างตามความต้องการของลูกค้า ส่วนธุรกิจในต่างประเทศทั้งนิคมอุตสาหกรรมและคลังสินค้าที่เมืองบินห์เยือง ประเทศเวียดนาม และโครงการโลจิสติกส์เซ็นเตอร์ ในเมืองคาราวัง เมืองมากัซซาร์ และเมืองบันจาร์มาซิน ประเทศอินโดนีเซีย มีจำนวนลูกค้าและอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
สำหรับแผนสร้างการเติบโตในอนาคต FPIT เดินหน้าสร้างความแตกต่าง เพื่อปั้นอนาคตอุตสาหกรรม ปลดล็อกประสบการณ์ที่เหนือกว่า (Shaping the Industrial Future, Unlocking Customer Experience) โดยมีแผนขยายสินค้าและบริการให้หลากหลายและครบวงจรในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกขนาดและทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่
1.การพัฒนาโลจิสติกส์ขนาดเล็กในเมือง ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมใช้พื้นที่ภายในเมือง และเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่ง
2. เดินหน้าพัฒนาอาคารโรงงาน-คลังสินค้า และโลจิสติกส์พาร์คในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
3.การต่อยอดพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม และเมืองอุตสาหกรรมที่รวมโรงงาน คลังสินค้า คอมเมอร์เชียล และที่อยู่อาศัยมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน FPIT ได้พัฒนาโซลูชันสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ เพื่อเติมเต็มดีมานด์ใหม่ของตลาด ด้วยการพัฒนาอาคารอุตสาหกรรม “แบบสร้างตามฟังก์ชันพร้อมใช้” หรือ “Built-to-Function” ที่จะพร้อมให้บริการเร็ว ๆ นี้ ซึ่งรองรับลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (3PL) ที่เชี่ยวชาญสินค้า/บริการเฉพาะทาง และลูกค้าองค์กรทั่วไปที่ต้องการใช้อาคารเฉพาะทางพร้อมใช้ โดยเพิ่มเติมความเหนือระดับเข้าไปในอาคาร Ready-Built
ด้วยการเสริมมาตรฐานและฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์การดำเนินงานของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพิ่มคุณสมบัติทางด้านความยั่งยืนให้เป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับอาคารรูปแบบนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์และความต้องการอาคารที่มีความยั่งยืน FPIT ได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาอาคารสีเขียวที่มีความยั่งยืนมายกระดับมาตรฐานอาคารอุตสาหกรรม สู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี ค.ศ.2050 โดยพัฒนาอาคารตามมาตรฐานสากล อาทิ LEED และ EDGE อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอาคารที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Gold Silver และ Certified รวมพื้นที่กว่า 500,000 ตร.ม.
พร้อมทั้งตั้งเป้าพัฒนาอาคารใหม่และปรับปรุงอาคารเดิมให้ได้มาตรฐานสีเขียวระดับสากล ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และก้าวไปสู่ Net Zero Community พร้อมกัน
FPIT เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและความพร้อมของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงในหลากหลายรูปแบบ ผสมผสานด้วยความ โดดเด่นของอาคารที่พัฒนาตามแนวทางด้านความยั่งยืน จะสนองความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย ช่วยปลดล็อกประสบการณ์การได้รับบริการที่เหนือกว่า พร้อมยกระดับการทำงานของลูกค้า โดยจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง







