
ASW กางแผน Q2 ลุยเปิดคอนโดฯ 3 มั่นใจสิ้นปียอดขายตามเป้า 1.5 หมื่นล้าน
แอสเซทไวส์ มองทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ประเมินมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ สบช่องเดินเกมส์รุก เตรียมผุด 3 โครงการใหม่ พร้อมมั่นใจปี 66 ทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 15,000 ล้านบาท
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 โดยมองว่า มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ จากนโยบายในการเปิดเมือง และเปิดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 28 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจในประเทศและการจ้างงานในประเทศได้เป็นอย่างดีเพราะภาคท่องเที่ยวถือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยที่ยังส่งผลดีไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังทำให้เป็นการเพิ่มกำลังซื้อในสินทรัพย์ชิ้นใหญ่ได้และส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2 นี้ ได้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 4,250 ล้านบาท ได้แก่1. โครงการ เคฟ ป็อป ศาลายา จำนวน 238 ยูนิต มูลค่า 500 ล้านบาท 2. โครงการ เคฟ โคโค่ บางแสน จำนวน986 ยูนิต มูลค่า 2,000 ล้านบาท 3. โครงการ แอทโมซ พาลาซิโอ ลาดพร้าว-วังหิน จำนวน 759 ยูนิต มูลค่า 1,750 ล้านบาท ทั้งนี้มั่นใจว่าทั้งปีจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 15,000 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทสามารถทำยอดขายรวม 3,500 ล้านบาท เติบโต 6% โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากแผนการขับเคลื่อนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในไตรมาสแรก จำนวน 3 โครงการมูลค่ารวม 5,410 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการ เคฟ เอ็มบริโอ รังสิต มูลค่าโครงการ 780 ล้านบาท 2. โครงการ เคฟทาวน์ ไอส์แลนด์ มูลค่าโครงการ 3,530 ล้านบาท และ 3. โครงการ แอทโมซ ซีซั่น ลาดกระบัง มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรมาแล้วกว่า 50 โครงการ ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ แบรนด์ เคฟ แบรนด์ แอทโมซ แบรนด์ โมดิซแบรนด์ เอสต้า และ แบรนด์ ดิ ออเนอร์ รวมมูลค่าโครงการกว่า 55,300 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโครงการพร้อมอยู่ 37 โครงการ และโครงการที่กำลังเปิดขายและอยู่ระหว่างการพัฒนา 13 โครงการ และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 11,400 ล้านบาท







