posttoday
แองเจิล เรียลเอสเตท ชี้สินค้าระดับราคา 3-10 ล้านบาท ตอบโจทย์ลูกค้าจีน

แองเจิล เรียลเอสเตท ชี้สินค้าระดับราคา 3-10 ล้านบาท ตอบโจทย์ลูกค้าจีน

08 กุมภาพันธ์ 2566

“แองเจิล เรียลเอสเตท” มองสัญญาณบวก หลังจีนเปิดประเทศ มองพฤติกรรมนักลงทุนอยากจะซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง ชี้สินค้าระดับราคา 3-10 ล้านบาท ตอบโจทย์ลูกค้าจีน พร้อมเผยกลับมารุกธุรกิจเอเจนท์ ตั้งเป้าโกยยอดขาย 25,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 5,000 ล้านบาท โตมากกว่า 10%

อสังหาริมทรัพย์ไทยนั้นถือเป็นภาคธุรกิจหลักอีกอย่างหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก หากตลาดอสังหาริมทรัพย์หยุดชะงัก ก็จะส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม แต่หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมองเห็นสัญญาณบวกมากยิ่งขึ้น ขณะที่ชาวต่างชาติเริ่มเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยด้วยกันเช่นกัน 

 

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งถือได้ว่าเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากและเป็นตลาดที่เป็นความหวังของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ ซึ่งในช่วงก่อนการเกิดสถานการณ์โควิด-19 ชาวจีนที่ถือเป็นตลาดหลักที่เคยสร้างยอดขายเป็นกอบเป็นกำให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ก่อนจะดำดิ่งลงในช่วงวิกฤติจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ เอเจนท์รายใหญ่โควต้าต่างชาติ “แองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่” โดยนายไซม่อน ลี ประธานกรรมการ เปิดเผยถึงควมต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของนักลงทุนชาวจีน ในช่วงก่อนการระบาดโควิด-19 ว่า จะมีทั้งกลุ่มนักลงทุนและผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย โดยแยกเป็น กลุ่มนักลงทุนจะมีสัดส่วนประมาณ 60% กลุ่มนี้ยังเติบโต และพอใจกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เนื่องจากผู้ลงทุนจะมองในเรื่อง 1.ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน ระดับ 6% และ 2.อัตราส่วนต่างของกำไรที่ได้จากการขายต่ออสังหาฯนั้น ประมาณ 7% และ ส่วนอีก 40% จะซื้อเพื่ออยู่อาศัย 

 

แต่ช่วงระหว่างโควิด-19 ตลาดนักลงทุนหายไปหมด คงเหลือแต่กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง เนื่องจาก 1. นักลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนจากยิลด์ที่ต้องการ ซึ่งลดหายไปเหลือกว่า 2-3% และกำไรจาก Capital Gains ยังลดลงอีก ซึ่งการที่จีนเปิดประเทศ ไม่ได้ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมกลับบูม ไม่หวือหวาเหมือนภาพปี 2560-2562 แต่จะค่อยๆ โต เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่นักลงทุนมอง แต่ทั้งนี้คนจีนหลายๆคน อยากจะออกมาเพื่อต้องการมีบ้านหลังที่สอง 

 

โดยหากเป็นชาวจีนที่มีฐานะดี จะไปซื้ออสังหาริมทรัพย์แพงๆ ที่ประเทศสิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น ส่วนที่มีฐานะกลางๆ เลือกมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ระดับราคา 5-7.5 ล้านบาท หรือประมาณ 1-1.5 ล้านหยวน ซึ่งในปัจจุบัน ซัพพลายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดประมาณ 5-10% จะเป็นระดับลักชัวรี่ ที่เหลือ 90% จะเป็นสินค้าระดับราคา 3-10 ล้านบาท สินค้ากลุ่มนี้ ตอบโจทย์ลูกค้าจีนอยู่แล้ว ดังนั้นคาดว่าคงต้องใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือนข้างหน้า หลังจีนเปิดประเทศจะส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

 

สำหรับทำเลที่พักอาศัยที่คนจีนยังมีความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมว่า หลักๆยังเป็นทำเลเดิม ได้แก่ โซนสุขุมวิท ,สาทร ,สีลม ,รัชดาภิเษก ,พระราม9 ,รามคำแหง และเส้นศรีนครินทร์ (ที่อยู่ใกล้เมือง) จะขายดี แต่ก็ยังมีบางทำเล ที่คนจีนและคนต่างชาติอาจจะไม่คุ้นเคยเช่น แนวรถไฟฟ้าสายสีแดง ,สีชมพู หรือทำเลนนทบุรี เป็นต้น โดย พฤติกรรมการซื้อของคนจีนตอนนี้เปลี่ยนแน่นอน ที่เห็นชัดเจนคือ จะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ซึ่งจะใส่ใจในเรื่องขนาดของห้องพักขึ้น โดยจะอยู่กับเรื่องโลเคชั่น 

 

ในส่วนของทิศทางธุรกิจในปี 2566 บริษัทจะกลับมารุกธุรกิจเอเจนท์ หลังจากในช่วงที่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทได้ปรับแนวทางดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่หดตัวอย่างรุนแรง และหลังจากปรับองค์กรมาและดำเนินกลยุทธ์ตามแนวทางให้สอดรับกับภาวะตลาด ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีกำไร โดยปัจจุบันมีพอร์ตที่บริหารอยู่ประมาณ 5 - 6 พอร์ตๆ ละกว่า 80 -100 ยูนิต และจะเพิ่มพอร์ตรวมเป็น 20 พอร์ต โดยวางเป้ายอดขายปีนี้ประมาณ 7,000 ล้านบาท ถึง 25,000 ล้านบาท คาดจะสามารถทำยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 10%
 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69