posttoday
คอนโดฯหวั่นล่ม สคบ.ดันใช้ เอสโครว์ในสัญญา

คอนโดฯหวั่นล่ม สคบ.ดันใช้ เอสโครว์ในสัญญา

04 มกราคม 2554

ความร้อนแรงในตลาดคอนโดมิเนียม ทั้งเรื่องจำนวนการเปิดโครงการใหม่ และยอดการโอนที่มากที่สุดในรอบ 13 ปี ย่อมนำมาซึ่งเรื่องร้องเรียนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าปัจจุบันปัญหาการซื้อบ้านไม่ได้บ้าน หรือไม่ได้รับโอนภายในระยะเวลาที่กำหนดจาก การที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้ก่อสร้าง จะลดน้อยลงกว่าช่วงวิกฤตปี 2540 ก็ตาม

ความร้อนแรงในตลาดคอนโดมิเนียม ทั้งเรื่องจำนวนการเปิดโครงการใหม่ และยอดการโอนที่มากที่สุดในรอบ 13 ปี ย่อมนำมาซึ่งเรื่องร้องเรียนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าปัจจุบันปัญหาการซื้อบ้านไม่ได้บ้าน หรือไม่ได้รับโอนภายในระยะเวลาที่กำหนดจาก การที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้ก่อสร้าง จะลดน้อยลงกว่าช่วงวิกฤตปี 2540 ก็ตาม

แต่ประเด็นการร้องเรียนเกี่ยวกับคอนโด มิเนียมที่ไม่สามารถสร้างได้ตามกำหนดและส่งมอบให้ได้ตามเวลา ผ่านไปยังสำนักงาน คุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กลับยังเป็น เรื่องอันดับหนึ่งของที่อยู่อาศัยประเภทอาคารสูงโดยในปี 2553 พบว่า ปริมาณการ ร้องเรียนเกี่ยวกับอาคารชุด จำนวน 535 เรื่อง มีประเด็นการสร้างไม่เสร็จ ไม่โอนตามกำหนด สูงถึง 20.56%

ดังนั้น ภารกิจในปี 2554 ของ สคบ. จึงต้องหันมาเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยการพยายามผลักดันให้ นำ พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือเอสโครว์มาใช้เชิงบังคับให้ ผู้ประกอบการหรือทุกโครงการต้องทำ โดยที่ สคบ.จะผลักดันให้เอสโครว์บรรจุไว้อยู่ในสัญญามาตรฐาน ซึ่งกรมที่ดินมีแผนจะปรับแก้ไขอยู่แล้ว

ทั้งนี้ จะให้สัญญามาตรฐานกำหนดว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ขาย ต้องเป็นผู้จัดหาคนกลางในการดำเนินการ ตามข้อตกลงของคู่สัญญาหรือที่เรียกว่า เอสโครว์เอเยนต์ ซึ่งขณะนี้มีสถาบันการเงิน 9 ราย ที่ได้รับไลเซนส์ในการให้บริการเอสโครว์เอเยนต์อยู่แล้ว โดยจะกำหนดให้ผู้ขายเป็น ผู้ออกค่าธรรมเนียม 0.3% ของราคาที่อยู่อาศัย จากปัจจุบันกำหนดให้ผู้ซื้อและผู้ขายออก ค่าธรรมเนียมในการทำเอสโครว์คนละครึ่ง หากเอสโครว์ถูกระบุอยู่ในสัญญามาตรฐานแล้ว ก็จะมีผลบังคับให้ผู้ประกอบการต้องจัดทำเอสโครว์เพื่อคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภคในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถสร้าง ให้เสร็จตามกำหนดส่งมอบที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะได้เรียกร้องเงินดาวน์คืนจากเอสโครว์ เอเยนต์ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้อง และลดความเสี่ยงในการซื้อคอนโดมิเนียมที่ส่วนใหญ่ขายอยู่บนกระดาษกว่าจะแล้วเสร็จและโอนได้ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ปี แม้ไม่ได้ห้องชุดตามที่วาดหวัง แต่อย่างน้อยก็ไม่สูญเสียเงินดาวน์ไปอย่างไร้ประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ซื้อใหม่ยุคใหม่ต้องหันมา ให้ความสนใจ เพราะหากผู้บริโภคเป็นฝ่ายที่ต้องการให้ใช้เอสโครว์แล้ว ย่อมกดดันให้ ผู้ประกอบการและสถาบันการเงินลุกขึ้นมาทำ จะลดปัญหาการร้องเรียนลงได้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม สคบ.ยังต้องศึกษาความ เป็นไปได้ว่าสามารถดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวได้หรือไม่ และขัดต่อ พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ที่ ระบุให้เป็นการสมัครใจของทั้งสองฝ่ายมากน้อยแค่ไหน หากดูจากหลายปัจจัยแล้ว ภารกิจใหญ่ดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ สคบ. เพราะเชื่อแน่ว่าจะต้องเกิดแรงต้านจากฝั่ง ผู้ประกอบการ

ประเด็นการต่อต้านไม่ได้อยู่ที่การถูกบังคับให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพียงผู้เดียว แต่อยู่ที่เมื่อ มีการบังคับใช้เงินดาวน์ทั้งหมด ต้องถูกเก็บไว้ในบัญชีเอสโครว์ ที่ไม่สามารถนำมาพัฒนาโครงการได้เหมือนเช่นเคย ท้ายที่สุดแล้ว สคบ.จะสามารถสลัดคราบภาพลักษณ์ "เสือกระดาษ" ด้วยการผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จได้หรือไม่ คงต้องจับตา ดูกันต่อไป เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีความพยายามในการทำให้เอสโครว์ เป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่การสมัครใจ

ยอดร้องเรียนที่มีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2553

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีการร้องเรียน

จำนวน(เรื่อง)

ประเด็นที่มีการร้องเรียนมากที่สุด

ที่ดินหมู่บ้านจัดสรร

707

-ไม่จัดทำสาธารณูปโภคให้แล้วเสร็จตามกำหนด25.46 %

- ตัวบ้านหรืออาคารชำรุดหลังอยู่อาศัย9.76%

-ไม่ถูกแบบ7.64%

อาคารชุด

535

-สร้างไม่เสร็จตามกำหนด20.56%

-กู้ไม่ผ่าน กู้ไม่ได้เต็มจำนวน ไม่ได้เงินดาวน์คืน8.22%

-ชำรุดหลังอยู่อาศัย6.73%

เช่า/เซ้งอสังหา

142

 

ว่าจ้างสร้างบ้าน

76

 

อื่นๆ

100

 

รวม

1,564

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท