
แสนสิริ แผนปี65 บ้านเดี่ยวทุกโครงการใหม่ติด Solar Roof 100% มุ่งอสังหาฯไทย Net-Zero
แสนสิริ ประกาศปี 65 บ้านเดี่ยวทุกหลังใหม่ ติดตั้ง Solar Roof 100% พร้อมเข้าถือหุ้น SHARGE สร้างรายได้ยั่งยืนจากกรีน อินเวสเมนต์ รับเทรนด์ธุรกิจชาร์จรถ EV โตก้าวกระโดด พร้อมติดอีวี ชาร์เจอร์บ้านทุกหลังในปี 2573
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทประกาศเป้าหมายสู่การเป็น Net-zero องค์กรอสังหาริมทรัพย์แรกในประเทศไทยที่วางพันธกิจในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น “ศูนย์” อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้กระบวนการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ 4 ด้านหลัก “Process – Product – Partners –Investment’ เพื่อมุ่งสู่ Thailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ แสนสิริได้ว่าจ้างที่ปรึกษาและเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทยซึ่งเป็นเครือข่ายที่จัดตั้งโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแล้ว ซึ่งจะทำให้ทราบว่าปริมาณการปล่อยปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของแสนสิริภายในไตรมาส 1 นี้ และสามารถประกาศเป้าหมายว่าแสนสิริจะเป็น Net-Zero ได้ภายในปี ใด ด้วยวิธีอย่างไร ได้ภายในปีนี้
นอกจากนั้น ยังพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเป้าหมายระยะสั้น - ระยะกลาง –ระยะยาว เพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรในการลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง
"ในปีนี้จะมีการจับมือกับพันธมิตรเพิ่มขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การก้าวสู่ Net-Zero เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าในธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมากขึ้นภายใต้งบ 500 ล้านบาทใน 3 ปีโดยปีที่ผ่านมา แสนสิริได้ลงทุน 15 ล้านบาทใน ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน จากการมองเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจที่ชาร์จรถไฟฟ้า” นายอุทัย กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปี 2565 แสนสิริได้รุกตามเป้าหมาย Net-Zero เดินหน้าพันธกิจสีเขียว โดยจับมือกับ ION (ไอออน) ผู้จัดหาโซลูชั่นพลังงานโซลาร์ครบวงจร เดินหน้าติดตั้ง Solar Roof ในบ้านเดี่ยวแสนสิริทุกหลัง ทุกโครงการใหม่ ในทุกระดับราคา 100% ในปีนี้ รวม 1,825 หลัง แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวระดับราคาต่ำกว่า 8 ล้านบาท เช่น สราญสิริ อณาสิริ คณาสิริ ฯลฯ จะติด Solar Roof ขนาด 1.38 kWp รวมจำนวน 1,300 หลัง และบ้านเดี่ยวระดับราคา 8 ล้านบาทขึ้นไป
เช่น เศรษฐสิริ บุราสิริ เดมี่ บูก้าน นาราสิริ ฯลฯ จะติด Solar Roof ขนาด 1.84 kWp รวมจำนวนทั้งสิ้น 525 หลัง พร้อมวางเป้าหมาย ให้บ้านเดี่ยวแสนสิริ 6,000 หลัง ติด Solar Roof 100% ใน 3 ปี แบ่งเป็น บ้านราคาต่ำกว่า 8 ล้านบาท จำนวน 4,200 หลัง หรือคิดเป็น 70% และบ้านราคา 8 ล้านขึ้นไป จำนวน 1,800 หลัง หรือคิดเป็น 30%ทั้งนี้ การติด Solar Roof ในบ้านเดี่ยว 6,000 หลัง จะสามารถช่วยโลกและลูกบ้านได้อย่างมหาศาลในอนาคต
โดยในระยะเวลา 25 ปี จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าให้ลูกบ้านทุกหลังรวมกันได้ถึง 1,600 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 8,000 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 535,000 ต้น หรือปลูกป่า 2,673 ไร่
นอกจากนี้ แสนสิริยังมีเป้าหมายในการติดตั้ง Solar Roof ในส่วนกลางของทุกโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 28 โครงการและคอนโดมิเนียม 18 โครงการรวมถึงวางเป้าหมายใช้ไฟส่องสว่างในสวนพลังงานแสงอาทิตย์ในทุกโครงการแนวราบโดยในปีนี้วางแผนติดตั้งเพิ่มเติมอีก 28 โครงการแนวราบจากในปีที่ผ่านมาที่มีไฟส่องสว่างในสวนจากพลังงานแสงอาทิตย์แล้วจำนวน 34 โครงการ
นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ จำกัด เปิดเผยว่า Solar Roofที่ติดตั้งในบ้านเดียวของแสนสิริ คือ ระบบออนกริดผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน โดย Solar Roofที่ติดตั้งในบ้านแสนสิริแบ่งเป็น 2 ขนาด ขึ้น คือ ขนาดติดตั้ง 1.38 kWp สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 2,015 หน่วย/ปีเพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้ากับไฟขนาด 10 W จำนวน 10 ดวง แอร์ขนาด 9,000 BTU จำนวน 1 เครื่องซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 9,600 บาท/ ปี
รวมทั้งขนาดติดตั้ง 1.84 kWp สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 2,687หน่วย/ปี เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้ากับ ไฟขนาด 10 W จำนวน 15 ดวง แอร์ขนาด 9,000 BTU จำนวน 1 เครื่องตู้เย็นขนาด 16 คิว จำนวน 1 ตู้ และทีวี 55” LED จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งจะช่วยลูกบ้านประหยัดค่าไฟได้ถึง 12,750บาท/ปี ขณะที่ Solar Roof ที่ติดในพื้นที่ส่วนกลางโครงการของแสนสิริจะมีกำลังไฟ 15 kWp – 20 kWpผลิตไฟได้ 22,000 – 35,000 หน่วยต่อปี ซึ่งช่วยประหยัดไฟฟ้าในส่วนกลางให้ลูกบ้านได้ถึง 107,600 –170,800 บาท ต่อปี/ 1 โครงการ โดยโครงการเศรษฐสิริ พระราม 5 มีการติด Solar Roof ที่คลับเฮาส์เช่นกันสามารถให้กำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 10 กิโลวัตต์ทำให้ช่วงกลางวันสามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในคลับเฮาส์ได้ 100% ประหยัดไฟฟ้าได้กว่า 68,620 บาทต่อปีบ้านเดี่ยวระดับบนราคาตั้งแต่ 8 ล้านบาทติด EV Charger ทุกหลังในปีนี้
นอกจากนี้ แสนสิริยังได้ร่วมมือและลงทุนใน ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) ผู้นำด้านการสร้าง EVCharging Ecosystemเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและผู้ให้บริการเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าอันดับ 2 ของเมืองไทยเดินหน้าติดตั้ง EV Charger ในโครงการบ้านเดี่ยวระดับบน ระดับราคาตั้งแต่ 8ล้านบาทที่เป็นโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ จะต้องมีการติด EV Charger ในบ้านทุกหลังให้ได้ 100%โดยมีแผนติดเครื่องชาร์จในบ้านเดี่ยว 1,860 หลัง ภายใน 3 ปีนี้อันจะช่วยให้ลูกบ้านแสนสิริทุกหลังประหยัดค่าน้ำมันรวมกว่า 150 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 20,000 ตัน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,300,000ต้นต่อปีหรือปลูกป่า 6,500 ไร่
ขณะที่ ปัจจุบันแสนสิริ ได้ติดตั้ง EV Charging Station ในโครงการคอนโดมิเนียมแล้วจำนวน 95 หัวชาร์จ (50เครื่อง) ใน 28 โครงการ และมีแผนติดตั้งเพิ่มใน 18 โครงการคอนโดมิเนียมในปีนี้รวมทั้งมีเป้าหมายขยายการติดตั้ง EV Charging Stationให้ครอบคลุมโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบที่เปิดใหม่ทุกโครงการ ภายใน 3ปี และในบ้านทุกหลังในทุก segment ให้ได้ในปี 2573
นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) เปิดเผยว่าเครื่องชาร์จรถ EV ที่จะมาติดตั้งในโครงการแสนสิริเป็น เครื่องชาร์จ ABB Terra AC Wallbox 22 kW ของยี่ห้อABB นำเข้าโดย SHARGE เป็นเครื่องชาร์จที่เหมาะกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยเนื่องจากใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการชาร์จในช่วงกลางคืนช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่และกลุ่มลูกค้าแสนสิริ ที่เลือกซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคา 8ล้านบาทขึ้นไปที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จเร็ว (Young Success) และมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวีตแบบยั่งยืนคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม บางส่วนเป็นเจ้าของรถ EV หรือกำลังมองหารถ EV เพื่อใช้ในอนาคต
ดังนั้น การติดตั้ง EVcharger ในบ้านระดับราคานี้ในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้จึงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนอกจากนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับการชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้า ยังถูกกว่าค่าน้ำมันของรถยนต์สันดาปประมาณ 2เท่าตัวช่วยให้ลูกบ้านแสนสิริประหยัดค่าใช้จ่าย โดยในการขับรถยนต์ไฟฟ้า 1กิโลเมตรนั้นต้องจ่ายค่าไฟประมาณ 0.96 บาท ขณะที่ค่าน้ำมันของรถยนต์สันดาป สำหรับการวิ่ง 1กิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 2.4 บาท ทั้งนี้ ลูกบ้านแสนสิริที่ติดตั้ง EV Charger ยังจะได้รับ 1,000 Charging Creditเพื่อชาร์จไฟรถยนต์ EV ที่สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 100 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย







