
เน็กซัสฯ ขนคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า1.2หมื่นล้าน
เน็กซัสฯ ขนคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า 1.2 หมื่นล้าน เร่งระบายสต๊อกโค้งท้ายก่อนกฎเหล็ก ธปท.เข้มสินเชื่อปีหน้า
เน็กซัสฯ ขนคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า 1.2 หมื่นล้าน เร่งระบายสต๊อกโค้งท้ายก่อนกฎเหล็ก ธปท.เข้มสินเชื่อปีหน้า
นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง ตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การจัดงานรวมคอนโดมิเนียมใกล้ รถไฟฟ้า ครั้งที่ 6 ปีนี้ บริษัทได้นำคอนโดมิเนียมบนทำเลใกล้รถไฟฟ้า จำนวน 12 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ของหลายผู้ประกอบการ มานำเสนอให้กับ ผู้บริโภคในช่วงโค้งท้ายปี ซึ่ง สอดคล้องกับจังหวะเวลาสุดท้ายที่สถาบันการเงินต่างๆ สามารถใช้แคมเปญดอกเบี้ย 0% และปล่อยกู้ 100% ได้ ก่อนที่ทุกสถาบันการเงินจะต้องดำเนินการตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการปล่อยกู้สินเชื่อให้คอนโดมิเนียมได้ไม่เกิน 90% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
สำหรับงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ธ.ค.นี้ ณ บริเวณฮอลล์ ออฟ เฟรม ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า เพราะ ในอนาคตการที่ธนาคารจะเล่นแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ ดาวน์น้อยเหมือนในปีนี้ จะเป็นเรื่องยากแล้ว จากมาตรการของ ธปท. จึงตั้งเป้าว่าจะมียอดจองในงานประมาณ 300 ล้านบาท และจะมียอดจองต่อเนื่องหลังงานอีกประมาณ 800 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายจากห้องชุดมือหนึ่ง 50% และห้องชุดรีเซลส์จาก กลุ่มนักลงทุน หลุดดาวน์ หรือกู้ ไม่ผ่านอีก 50%
แนวโน้มของตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้เป็นอีกปีที่มีความร้อนแรงมาก โดยทำเลที่มีการเปิดตัวโครงการเป็นจำนวนมากในปีนี้ส่วนใหญ่อยู่บริเวณส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตากสิน-วงเวียนใหญ่ สุขุมวิทตอนปลายตั้งแต่ซอย 100 เป็นต้นไป ซึ่งใกล้กับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ทำเลงามวงศ์วาน ใกล้กับรถไฟฟ้าสาย สีม่วง ทำเลแจ้งวัฒนะ โดยในทำเลดังกล่าวระดับราคาที่ได้รับความนิยมจะอยู่ที่ 1-3 ล้านบาท
ขณะที่ตลาดระดับไฮเอนด์ทำเลที่มีซัพพลายจำนวนมาก ได้แก่ ย่าน พหลโยธิน-อารีย์ ทองหล่อ เอกมัย ซึ่งเป็นทำเลที่ความต้องการขยายมาจากในเมือง และที่ซัพพลายใหม่จะขยายไปยังทำเลใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทำเลดังกล่าวจะเติบโต ต่อเนื่องจนถึงปีหน้า แต่เชื่อว่าตลาดจะลดความร้อนแรงลงด้วยหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องจำนวนซัพพลายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในปีนี้มีจำนวนมากแล้ว ทำให้ปีหน้าผู้ประกอบการหลายรายอาจต้องทบทวนการเปิดตัวโครงการใหม่
ทั้งนี้ ยอดขายของกลุ่มเน็กซัสฯ ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 20% ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท







