posttoday
ตลาดแนวราบแข่งดุ บิ๊กเนมเปิดกลยุทธ์สู้ศึก

ตลาดแนวราบแข่งดุ บิ๊กเนมเปิดกลยุทธ์สู้ศึก

27 มิถุนายน 2561

บิ๊กอสังหาฯ รุกหนักครึ่งปีหลัง ลุยตลาดทาวน์เฮาส์ล้านปลาย ยันบ้านหรู 240 ล้าน หวังเจาะกลุ่ม เรียลดีมานด์

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

ครึ่งหลังปี 2561 ภาคอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางเป็นบวก เพราะไม่ว่าจะยอดโอนกรรมสิทธิ์และยอดจดทะเบียนทั้งแนวราบและสูงในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 44% และ 29% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการต่างเดินหน้าบุกตลาดแบบเต็มสูบ โดยเฉพาะตลาดแนวราบที่เริ่มเปิดในหลายระดับราคา

ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาโครงการแนวราบในช่วง 5 ปี (ปี 2561-2565) โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เจาะตลาดใน 3 เซ็กเมนต์ระดับราคา 3-20 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการสะสมกว่า 4.9 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในปี 2565 บริษัทจะเริ่มต้นมีรายได้ทะลุปีละ 1 หมื่นล้านบาทเป็นปีแรก พร้อมก้าวสู่ท็อป 3 ในใจผู้บริโภคเมื่อนึกถึงโครงการบ้านแนวราบ

สำหรับกลยุทธ์ในการบุกตลาดแนวราบจะพัฒนาภายใต้แบรนด์ บริทาเนีย ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยมุ่งทำเลที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก หรือบลูโอเชียน แต่มีความต้องการการอยู่อาศัยจริง และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เช่น โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก

รวมไปถึงเดินหน้าพัฒนาโครงการในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เริ่มเห็นความชัดเจนด้านการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้พื้นที่เกิดการพัฒนาในทุกด้าน รวมไปถึงเรื่องของที่อยู่อาศัยด้วย โดยทำเลกรุงเทพฯ ตะวันออก และพื้นที่ต่อเนื่อง ทำให้อีอีซีกลายเป็นทำเลยอดนิยมและมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้

"ตลาดต่างจังหวัดเริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินแม้จะมีการปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งบางพื้นที่เพิ่มเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีความต้องการที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพอีกมาก โดยมองว่าตลาดแนวราบยังมีโอกาสเติบโต สามารถสร้างไปขายไปได้ หากซัพพลายออกสู่ตลาดมากเกินกว่าการดูดซับของตลาด" ศุภลักษณ์ กล่าว

ด้าน ศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตลาดแนวราบไม่ได้หวือหวาแต่มีสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยครึ่งปีหลังคาดว่าตลาดจะมีการแข่งขันสูงขึ้นจากการเร่งทำตลาดของบรรดาผู้ประกอบการ เพราะยังเห็นการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงสถาบันการเงินต่างๆ มีการแข่งขันปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทั้งนี้หากการลงทุนภาครัฐและแนวโน้มเรื่องของการเลือกตั้งมีความชัดเจนจะช่วยดึงความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศและนักลงทุนต่างชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงอารมณ์คนซื้อบ้านจะดีไปด้วย

ในส่วนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการของบริษัทนั้นจะยังคงเน้นพัฒนา อสังหาฯ ประเภททาวน์โฮมโดยให้ความสำคัญเรื่องของการออกแบบฟังก์ชั่นเช่นเดียวกับบ้านเดี่ยวควบคู่กับการพัฒนาดิจิทัลโฮม และกรีนอินโนเวชั่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทั้งเรื่องของโปรดักต์และราคา

นอกจากนี้ บริษัทจะรุกทำเลใกล้เมืองมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีความต้องการพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยที่กว้างขวาง สะดวกสบาย ในราคาที่คุ้มค่าและยังคงสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วไม่แพ้ทำเลกลางเมือง

ขณะที่ วิลาสิณี เดชอมรธัญ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ทิศทางตลาดบ้านแนวราบในครึ่งปีหลังปี 2561 มองว่า กำลังซื้อดีตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวแต่ละเซ็กเมนต์มีการแข่งขันสูง ขณะที่เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเป็นคนรุ่นใหม่ในการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นและอายุของคนซื้อที่ลดน้อยลง

ทั้งนี้ กลยุทธ์ของบริษัทจะเน้นการพัฒนาโครงการในทำเลที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่ นอกจากนี้ยังคำนึงถึงเรื่องของการออกแบบโปรดักต์โดยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยในทุกๆ ด้านมากยิ่งขึ้น

ด้าน ภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ แนวราบ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดโครงการแนวราบ 32 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท จากแผนทั้งปี 38 โครงการมูลค่ากว่า 3.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัทเห็นโอกาสจากความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรุกตลาดแนวราบนั้น บริษัทจะมีการขยายทั้งตลาดเดิมที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว เช่น ย่านสุขสวัสดิ์ พระราม 3 ลาดพร้าว พระราม 9 วัชรพล ปิ่นเกล้า ราชพฤกษ์ รัตนาธิเบศร์ รวมถึงการสร้างฐานลูกค้าใหม่ในทำเลอื่นๆ เช่น อ่อนนุช บางนา รังสิต เป็นต้น โดยทุกโครงการที่พัฒนาจะเน้นพื้นที่ที่มีการคมนาคมสะดวก รวมทั้งแนวโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย

นอกจากนี้ เพื่อรองรับเทรนด ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากการสำรวจทำให้บริษัทเข้าใจความต้องการแฝงของลูกค้า โดยการพัฒนาโครงการแนวราบในอนาคตจะเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ มัลติ เจเนอเรชั่น ลิฟวิ่ง การออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของหลายช่วงอายุ

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องของ เฮลตี้ ลิฟวิ่ง การให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี ครอบคลุมความต้องการทั้งพื้นที่ส่วนกลางและภายในบ้าน และสมาร์ทโฮม ลิฟวิ่ง การประยุกต์เอาเทคโนโลยีเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการใช้ชีวิตภายในบ้าน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีแบบบ้านที่อยู่ในระบบมากกว่า 70 โมเดล ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยบริษัทจะมุ่งพัฒนาสินค้าตามความต้องการของลูกค้าในทุกทำเลที่มีกำลังซื้อ

อย่างไรก็ดี ในปีนี้คาดว่าอุปทานใหม่จะเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 20% จากทุกปีเฉลี่ยอยู่ราว 10% เนื่องจากความต้องการและกำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะทาวน์โฮม เนื่องจากราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้โครงการแนวราบเป็นทางเลือกสำคัญของผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท