posttoday
อสังหาน้องใหม่ปักธง ผุดโครงการหรูชิงตลาด

อสังหาน้องใหม่ปักธง ผุดโครงการหรูชิงตลาด

29 พฤษภาคม 2561

ความท้าทายสำหรับดีเวลอปเปอร์รายกลางและรายเล็ก แต่มากด้วยประสบการณ์ที่หวังชิงส่วนแบ่งการตลาดไม่ใช่เรื่องยากในปัจจุบัน

โดย อรวรรรณ จารุวัฒนะถาวร
ความท้าทายสำหรับดีเวลอปเปอร์รายกลางและรายเล็ก แต่มากด้วยประสบการณ์ที่หวังชิงส่วนแบ่งการตลาดไม่ใช่เรื่องยากในปัจจุบัน หากได้พาร์ทเนอร์หรือนักลงทุนมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ขณะเดียวกันการสร้างสินค้าให้แตกต่างแต่โดนใจผู้บริโภคย่อมเข้าเป้าหมายมากกว่า
ชัยวัฒน์ จักรแต๋ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว เปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2560 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นทั้งนักลงทุนชาวไทยและนักธุรกิจชาวฮ่องกง เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนราคาต่อตารางเมตร (ตร.ม.) ละ 1.5-3 แสนบาท
ทั้งนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการคอนเนอร์ ราชเทวี คอนโดระดับลักซ์ชัวรี่มูลค่าโครงการราว 3,200 ล้านบาท ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัท ซี 09 ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ครีเอเตอร์ส เอชคิวในสัดส่วน 70% กับบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง สัดส่วน 30%

อสังหาน้องใหม่ปักธง ผุดโครงการหรูชิงตลาด

สำหรับโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีระหว่างซอยเพชรบุรี 10 และ 12 ขนาดพื้นที่กว่า 1 ไร่ เป็นอาคารสูง 38 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 294 ยูนิต พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Future Standard of Living” ยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตแห่งอนาคตของคนเมืองราคาขาย 8.1-19.8 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 2.6 แสนบาท/ตร.ม. โดยจะเริ่มก่อสร้างไตรมาส 4 ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จและจะเริ่มโอนในไตรมาส 4 ปี 2564  
อย่างไรก็ดี จากการเปิดขายรอบ VVIP ขณะนี้มียอดจองแล้ว 15% หรือราว 300 ล้านบาท ทั้งนี้ นอกจากจะเปิดขายในไทยแล้วยังจัดสรรจำนวนยูนิตในสัดส่วน 45% ขายให้กับลูกค้าฮ่องกงและจีนด้วย คาดจะปิดการขายทั้งโครงการในเดือน มิ.ย.นี้
ชัยวัฒน์ กล่าวว่า แต่ละโครงการจะพัฒนาในรูปแบบร่วมทุนระหว่างดีเวลอปเปอร์กับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพื่อให้สามารถคุมคุณภาพ ต้นทุนการก่อสร้าง โดยจะตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนาโครงการเพียงโปรเจกต์เดียว ทั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างโปรดักต์ในทำเลศักยภาพให้มีความแตกต่าง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในราคาเหมาะสมและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคต แม้จะเป็นความท้าทายแต่เชื่อว่าอะไรที่มีชิ้นเดียวไม่ซ้ำใครมีคุณค่าเสมอเมื่อได้เป็นเจ้าของ ซึ่งโมเดลนี้ได้เคยทำกับโครงการซี เอกมัย ที่ได้รับบริหารโครงการแล้วพบว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

อสังหาน้องใหม่ปักธง ผุดโครงการหรูชิงตลาด

ด้านโปรดักต์จะเน้น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มระดับราคา 1.5-2.5 แสนบาท/ตร.ม. และกลุ่มระดับราคา 2.6-3 แสนบาท/ตร.ม. เนื่องจากเป็นสินค้าระดับนี้ยังไปได้ในช่วง 3 ปีนี้ เพราะเป็นตลาดนีชมาร์เก็ต แม้จะมีการแข่งขันสูงแต่ถ้าทำสินค้าที่ตรงความต้องการของลูกค้าเชื่อว่าตลาดไม่น่ากังวล เช่น ในโซนราชเทวี ปัจจุบันไม่มีซัพพลายใหม่ แต่มีแผนจะเปิดตัวราว 3 โครงการ จากผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวน 500-600 ยูนิต/โครงการ ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ ขณะที่บริษัทได้เปิดขายโครงการก่อนโดยลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือลงทุนระยะยาว เนื่องจากโซนราชเทวีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 7% ต่อปี ถือว่าซัพพลายไม่มีแต่ดีมานด์ล้น
ในส่วนของแผนการดำเนินงานในช่วง 3 ปี (2561-2563) นอกจากโครงการคอนเนอร์ ราชเทวี แล้ว ทางบริษัทเตรียมพัฒนาอีก 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโด 2 โครงการ ในย่านซีบีดี เป็นโครงการคอนโดโลว์ไรส์ มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท พื้นที่โครงการราว 4 ไร่ 700 ยูนิต ราคาขายอยู่ที่ 1.2-1.5 แสนบาท/ตร.ม. คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2562 อีกโครงการเป็นคอนโด
ไฮไลต์ มูลค่าประมาณ 2,400 ล้านบาท พื้นที่โครงการราว 3 ไร่ 400 ยูนิต ราคาขาย 2.3 แสนบาท/ตร.ม. คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2563
รวมทั้งมีแผนพัฒนาออฟฟิศบิวดิ้ง มูลค่าประมาณ 3,600 ล้านบาท ในโซนพญาไท พื้นที่ราว 2 ไร่ พื้นที่ใช้สอยรวม 3 หมื่น ตร.ม. คาดว่าจะเปิดตัวกลางปี 2562 ซึ่งเป็นการขายไม่ใช่ปล่อยเช่า ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาออฟฟิศให้เช่าทั่วไป เช่น พื้นที่จอดรถ การแยกเครื่องปรับอากาศให้สามารถทำงานได้หลัง 6 โมงเย็น การจัดโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ เป็นต้น ทั้งนี้ มองว่าตลาดยังมีความต้องการสินค้าประเภทนี้อยู่มาก

อสังหาน้องใหม่ปักธง ผุดโครงการหรูชิงตลาด

ชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว เนื่องจากเล็งเห็นถึงโอกาสจากการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคที่เข้าไปทำงานในประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพด้านกำลังซื้อ ทั้งนี้ รูปแบบยังคงเป็นการร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่นในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดี มองว่าผู้ประกอบการรายเล็กเข้าไปจะง่ายกว่ารายใหญ่ เพราะมีความคล่องตัวมากกว่า คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2563
ขณะเดียวกัน บริษัทเปิดโอกาสทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติที่จะเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งนอกจากวงเงินลงทุนแล้วยังได้โนว์ฮาว เทคโนโลยี ไอเดีย สำหรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อีกด้วย ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิดปีละ 1 โครงการ มูลค่า 3,000-3,500 ล้านบาท รวมทั้งการรับบริหารโครงการและเซลมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมในช่วง 3 ปี ปีละ 20% ปัจจุบันมีแบ็กล็อกอยู่ราว 3,200 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ที่ 360 ล้านบาท ส่วนปี 2563 จะรับรู้ที่จากการขายคอนโดที่ 1,300 ล้านบาท และปี 2564 รับรู้ที่กว่า 2,300 ล้านบาท เนื่องจากการเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69