
ผ่าแคมเปญอสังหาฯซ่อนกลเม็ด ปลุกกำลังซื้อ
ไตรมาส 4 ถือเป็นโค้งสุดท้ายของปี ที่บรรดาผู้ประกอบการต่างเร่งปิดการขายด้วยแคมเปญการตลาดเพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้.....
ไตรมาส 4 ถือเป็นโค้งสุดท้ายของปี ที่บรรดาผู้ประกอบการต่างเร่งปิดการขายด้วยแคมเปญการตลาดเพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้.....
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ไตรมาส 4 ถือเป็นโค้งสุดท้ายของปี ที่บรรดาผู้ประกอบการต่างเร่งปิดการขายด้วยแคมเปญการตลาดเพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ แคมเปญการตลาดกระตุ้นยอดขายไตรมาส 4 ส่วนใหญ่จะร่วมกับสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นดาวน์น้อย ผ่อนนาน อยู่ฟรี 1-2 ปี หรือผ่อนให้ราคาเดียวทั้งตึก เพื่อเร่งการตัดสินใจ หากสังเกตให้ดีแคมเปญที่ออกมาจะมาพร้อมกับดอกจันตัวเล็ก เพื่อชี้แจงเงื่อนไขที่ผู้บริโภคต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะรีบตัดสินใจจองซื้อ
อย่างแคมเปญในฟากของคอนโดมิเนียมที่ค่อนข้างร้อนแรงของกลุ่มแสนสิริ เช่น ผ่อนต่ำ 900–990 บาทต่อเดือน สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดี คอนโด และเดอะ เบส ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับราคาเริ่มต้น 1.38-1.5 ล้านบาท ที่เจาะกลุ่มกำลังซื้อระดับกลาง และปลุกความสนใจด้วยการจัดแพ็กเกจทางการเงินให้ผ่อนดาวน์ต่อเดือนน้อยที่สุด ตัวเลขในการผ่อนดาวน์ต่ำ ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนดไว้ 30 งวด คิดสัดส่วนเป็น 5% ของราคาคอนโดมิเนียม และเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้ซื้อจะต้องยื่นขอกู้อยู่ที่ 95% ซึ่งผู้กู้จะยื่นขอกู้ได้ถึง 95% หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้เอง
ขณะที่ฝั่งแนวราบอย่างกลุ่มเสนาดีเวลลอปเม้นท์ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยร่วมมือกับธนาคารนครหลวงไทยใช้กลยุทธ์แคมเปญ “ผ่อนหมดไว เสนาจ่ายให้ 100 งวด” จากปกติงวดในการผ่อนบ้านจะอยู่ที่ 30 ปี แต่แคมเปญดังกล่าวจะลดระยะเวลาในการผ่อนบ้านจะสั้นลง 8 ปีหลัง โดยช่วงแรกผู้บริโภคต้องผ่อนเองไปก่อนเป็นเวลา 22 ปี และทางบริษัท เสนาฯ จะเป็นผู้จ่ายเงินให้กับธนาคารจำนวนที่ครอบคลุม 100 งวด ณ วันที่ลูกค้าจดจำนอง
โปรแรง ผ่อนถูก หวั่นซื้อเก็งกำไร
มานพ พงศทัต อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิประจำภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโด มิเนียมแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องการให้ยอดรับรู้รายได้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ผู้ประกอบการหลายรายจึงต้องออกแคมเปญการตลาดออกมาเพื่อเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ ซึ่งแคมเปญการตลาดถือว่าเป็นดาบสองคมที่ผู้ซื้อจะต้องระมัดระวัง
“ขณะนี้คอนโดมิเนียมมีจำนวนยูนิตออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ไม่คุ้มค่ากับการซื้อเพื่อเก็งกำไร ผู้บริโภคจะต้องจำไว้ว่าสิ่งที่จะต้องใช้เป็นตัวเลือกสุดท้ายในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยคือแคมเปญการตลาดที่ส่วนใหญ่ออกมายั่วน้ำลายเพื่อให้คนตัดสินใจซื้อเร็ว แต่หากลูกค้าไม่พิจารณาให้ดีก็จะเป็นผลเสีย เพราะส่วนใหญ่จะเร่งให้ตัดสินใจซื้อในเบื้องต้น และอาจจะไม่ดีอย่างที่คิด” มานพ กล่าว
ทั้งนี้ ประเด็นที่ผู้บริโภคจะต้องพิจารณาอันดับแรกในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย คือ สำรวจว่าตนเองมีความพร้อมทางการเงิน สามารถผ่อนชำระได้ตามงวด และจะต้องพิจารณาในระยะยาวหากมีการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ประเด็นต่อมา คือ หากเป็นการซื้อเพื่อลงทุน จะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เช่น การปล่อยเช่า ซึ่งกลุ่มนี้จะมีสตางค์ในการผ่อนชำระ เมื่อคำนวณแล้วจะคุ้มค่ากว่าการฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน ซึ่งต่างจากกลุ่มที่ซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร เพราะไม่สามารถกู้สถาบันการเงินได้
แนะผู้บริโภคเช็กเครดิตก่อนซื้อ
อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ผู้บริโภคควรเช็กสถานะทางการเงินของตัวเองก่อนตัดสินใจจอง ว่าความสามารถในการกู้ซื้อบ้านอยู่ที่ระดับใด เพื่อลดความเสี่ยงในการกู้ไม่ผ่าน โดยแม้ว่าปัญหาเรื่องการกู้ไม่ผ่านจะลดน้อยลงแล้ว แต่ยังคงเป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ความสนใจหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่กู้ไม่ผ่าน เพราะกรณีคอนโดมิเนียมในบางโครงการผู้กู้ไม่ผ่านถือเป็นผู้ผิดนัดการรับโอน อาจจะไม่ได้รับเงินดาวน์คืน ซึ่งทำให้เงินดาวน์ของลูกค้าต้องสูญเปล่า
อย่างไรก็ตาม หากกรณีที่พนักงานขายของบางโครงการแจ้งว่าหากกู้ไม่ผ่านก็คืนเงินดาวน์ให้ ผู้ซื้อจะต้องให้ลงบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะมีการคืนเงินดาวน์หลังการกู้ไม่ผ่านจริง เพื่อลดปัญหาในภายหลัง ขณะที่ปัจจุบันหลายบริษัทมีบริการเช็กสถานะทางการเงินให้กับลูกค้าก่อน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะจองหรือไม่ ซึ่งลูกค้ามีทางเลือกในการลดความเสี่ยงของตัวเองได้มากขึ้น
แบงก์ชี้เลือกรายใหญ่กู้ง่าย
อภิชาติ อรรฆย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ผู้ที่จะซื้อที่อยู่อาศัยควรพิจารณาจากผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากจะมีความมั่นคงในการพัฒนาโครงการ การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินจะได้รับการพิจารณาเร็วกว่า อีกทั้งแคมเปญการตลาดจะมีความตรงไปตรงมา และชัดเจนกว่าผู้ประกอบการรายเล็ก
ล่าสุด ธนาคารนครหลวงไทยร่วมกับบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ในการผ่อนชำระค่างวดที่อยู่อาศัย ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระหนี้จำนวน 360 งวด แต่การที่ “เสนาดีเวลลอปเม้นท์” จัดแคมเปญ “ผ่อนหมดไว เสนาจ่ายให้ 100 งวด” โดยเป็นผู้ที่ผ่อนชำระค่างวดแทนผู้ซื้อถึง 100 งวด ทำให้ผู้ซื้อบ้านมีภาระการผ่อนชำระเหลือเพียง 260 งวด ทำให้ผู้กู้สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น รวมทั้งยังได้รับเงื่อนไขพิเศษจากบริการสินเชื่อเคหะธนาคารนครหลวงไทย ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 4 เดือนแรก พร้อมวงเงินกู้สูงสุดถึง 100%
แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะมองว่าโปรโมชันที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของการแข่งขันในช่วงโค้งสุดท้าย แต่การซื้อที่อยู่อาศัยเป็นภาระระยะยาวที่ผู้บริโภคต้องตัดสินใจให้ถี่ถ้วน







