posttoday
พรบ.ร่วมทุนความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ (1)

พรบ.ร่วมทุนความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ (1)

09 สิงหาคม 2560

รัฐบาลได้ลั่นวาจาไว้ว่าโครงการร่วมทุนรัฐและเอกชนต่างๆ จะต้องเริ่มดำเนินการให้ครบทุกโครงการภายในอายุของรัฐบาลนี้ที่เหลืออยู่อีก 2-3 ปี

โดย...วิโรจน์ พูนสุวรรณที่ปรึกษากฎหมาย[email protected]

รัฐบาลได้ลั่นวาจาไว้ว่าโครงการร่วมทุนรัฐและเอกชนต่างๆ จะต้องเริ่มดำเนินการให้ครบทุกโครงการภายในอายุของรัฐบาลนี้ที่เหลืออยู่อีก 2-3 ปี ให้เหมือนกับยุคทองของการร่วมทุนรัฐเอกชนในช่วงปี 2531-2535 การให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้เป็นสิ่งที่สุดเอื้อม แต่เมื่อคำนึงว่ารัฐมีอาวุธพิเศษอยู่ในมือคือมาตรา 44 ความตั้งใจจริงนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างมาก

ถ้าปราศจากมาตรา 44 อุปสรรคใหญ่ที่รัฐต้องเอาชนะให้ได้คือ พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2556 แต่นั่นแหละทำไมจะต้องใช้มาตรา 44 มายกเว้นการบังคับใช้ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน กับโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ชั่วครั้งชั่วคราว พ.ร.บ.นี้เอกชนและหน่วยงานรัฐมีความเห็นในวงกว้างว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นข้อขัดขวางการลงทุนของชาวต่างชาติในไทย ตลอดจนการร่วมลงทุนของเอกชนไทยเองในโครงการของรัฐ

จึงมีคำถามว่าทำไมรัฐจึงไม่ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ไปเลยเป็นการถาวร ถือเสียว่าให้เป็นของขวัญ เป็นมรดกตกทอด ไปถึง รัฐบาลหน้า ที่ไม่มีทางต่อกรกับกฎหมายฉบับนี้ได้ เป็นการทำคุณประโยชน์เบิกทาง ให้กับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

เหตุผลก็คือว่า เรามีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 บังคับใช้กับการที่รัฐให้สัมปทานแก่เอกชนมาเนิ่นนานหลายสิบปี ทำไมต้องมี พ.ร.บ.ร่วมทุนเพิ่มเข้ามา ซ้ำซ้อนกัน จะบอกว่า พ.ร.บ.นี้ออกมาเพื่อปราบคอร์รัปชั่นในปี 2535 ก็ไม่สมเหตุ สมผล เพราะในตอนนั้นและตอนนี้เราก็มีกฎหมายป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นโดยตรงอยู่หลายฉบับซึ่งบังคับใช้อย่างเป็นล่ำเป็นสันด้วย การแปลงกฎหมายสัมปทานให้เป็นกฎหมายปราบคอร์รัปชั่นจึงไม่น่าจะถูกต้อง

พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2535 จึงไม่ควรออกมาเป็นกฎหมายตั้งแต่ทีแรก ออกมาแล้ว ก็เลยเลิกยาก พัฒนามาเป็น พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2556 ก็กลายมาเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนเหมือนเดิมอีก และยกเลิกไม่ได้เช่นกัน แก้กฎหมายไป แก้กฎหมายมา ก็แก้ปัญหาไม่ได้สักที รัฐจึงอาจต้องใช้ความกล้าหาญยกเลิกกฎหมายฉบับนี้อย่างถาวร แม้ว่าจะขัดกับขนบธรรมเนียมประเพณีในการออกกฎหมายของไทยที่ว่า กฎหมายเมื่อออกมาแล้ว ห้ามยกเลิก แก้ไขได้ มีกฎหมายใหม่มาแทนได้ แต่ห้ามยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลังให้สูญหายไปเลย

ภายใต้กรอบของ พ.ร.บ.ร่วมทุนนี้ เอกชน ทั้งชาวต่างชาติและนักธุรกิจไทย ต่างก็กังวลกับความเสี่ยงของโครงการสัมปทานที่จะพบได้ในประเทศไทยเป็นการทั่วไป ความเสี่ยงเหล่านี้ภาครัฐไม่ยินดีที่จะแบกรับไว้ แต่จะผลักภาระไปให้กับเอกชนรับแทนทั้งหมด ทำให้สถาบันการเงินต่างชาติส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะให้เงินกู้สนับสนุนโครงการสัมปทานในเมืองไทย แต่เอกชนไทยและธนาคารไทยอาจมีข้อเลือกจำกัดก็จำต้องรับความเสี่ยงไว้ แล้วค่อยหาทางเจรจากับรัฐเพื่อหาทางแก้เมื่อปัญหาเกิดขึ้น

แต่ปัญหาในขณะนี้ก็คือ เม็ดเงิน ที่จะนำมาลงทุนในโครงการโครงสร้าง พื้นฐานขนาดใหญ่เหล่านี้มีจำนวนมหาศาล ลำพังธนาคารไทยคงรับไปคนเดียว ไม่ไหว ต้องพึ่งเม็ดเงินจากธนาคาร ต่างชาติด้วย

(อ่านต่อวันพุธที่ 13 ก.ย. 2560)

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์