
7เดือนยอดโอนอสังหาฯยังซบ
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรอบ 7 เดือนยังซบเซาหนัก หลังสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียม
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรอบ 7 เดือนยังซบเซาหนัก หลังสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียม
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาเฉพาะเดือนก.ค. 2553 พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพียงประมาณ 5,200 หน่วย ลดลงมากถึง 77% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. และลดลง 62% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2552 มียอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงในที่อยู่อาศัยทุกประเภท หลังจากที่จากที่ผู้บริโภคจำนวนมากเร่งโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยไปสองระลอก ทั้งในเดือนมี.ค.และในเดือนมิ.ย. ก่อนการสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.
ทั้งนี้ในจำนวนที่อยู่อาศัยโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนก.ค. ประมาณ 5,200 หน่วย แบ่งเป็นประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุดประมาณ 1,700 หน่วย (33% ของหน่วยการโอนทั้งหมด) ห้องชุดคอนโดมิเนียมประมาณ 1,650 หน่วย หรือสัดส่วน32% บ้านเดี่ยวมีจำนวนประมาณ 1,000 หน่วย สัดส่วน19% อาคารพาณิชย์ประมาณ 550 หน่วย สัดส่วน11% และบ้านแฝดจำนวนประมาณ 300 หน่วย สัดส่วน 5%
เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของมาตรการ จำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์ลดลง 75% ห้องชุดคอนโดมิเนียมลดลงมากที่สุด 81% บ้านเดี่ยวลดลง 76% อาคารพาณิชย์ลดลง 72% และบ้านแฝดลดลง 54% และเมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2552 หรือ 12 เดือนย้อนหลัง พบว่ายอดลดลงมากเช่นกัน กล่าวคือ จำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์ลดลง 60%
ห้องชุดคอนโดมิเนียมลดลง 65% บ้านเดี่ยวลดลง 63% อาคารพาณิชย์ลดลง 59% และบ้านแฝดลดลง35% จำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมิเนียมที่ลดลงมากและมีเพียง 1,650 หน่วยนั้น เทียบกับเดือนมิ.ย. มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมิเนียมประมาณ 8,900 หน่วย และในรอบครึ่งแรกของปีนี้มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมิเนียมรวมกันมากถึงประมาณ 44,800 หน่วย ทำให้เดือนก.ค. 2553 กลายเป็นเดือนที่มียอดการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมิเนียมต่ำที่สุดนับตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลฯเคยจัดเก็บข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ย้อนหลังมาตั้งแต่ปี 2550
สำหรับ 5 เขตที่มีการโอนกรรมสิทธ์ที่อยู่อาศัยจากนิติบุคคล (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยขายใหม่) รวมกันทุกประเภท มากที่สุดในเดือนก.ค. คือ เขตพระโขนง เขตบางซื่อ เขตบางกะปิ อำเภอเมืองนนทบุรี และเขตบางพลัด ตามลำดับ และสำหรับ 5 เขตที่มีการโอนกรรมสิทธ์ที่อยู่อาศัยจากบุคคลธรรมดา (ซึ่งเป็นหน่วยขายมือสอง) รวมกันทุกประเภท มากที่สุด คือ เขตบางกะปิ เขตพระโขนง เขตบางซื่อ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และอำเภอเมืองนนทบุรี ตามลำดับ
บ้านเดี่ยวมีค่ากลาง (Median) ของมูลค่าต่อหน่วยในการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาท โดยหน่วยขายใหม่ (โอนจากนิติบุคคล) มีค่ากลาง 3.9 ล้านบาท และหน่วยขายมือสอง (โอนจากบุคคลธรรมดา) มีค่ากลาง 1.4 ล้านบาท สำหรับห้องชุดคอนโดมิเนียมมีค่ากลางของมูลค่าต่อหน่วยในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ 5.8 แสนบาท โดยหน่วยขายใหม่มีค่ากลาง 1.2 ล้านบาท และหน่วยขายมือสองมีค่ากลาง 3.9 แสนบาท สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมิเนียมมือสองต่อการโอนห้องชุดคอนโดมิเนียมใหม่ อยู่ที่ประมาณ 60:40 ซึ่งแตกต่างจากในรอบ 6 เดือนแรกที่สัดส่วนการโอนห้องชุดคอนโดมิเนียมมือสองมีน้อยกว่าห้องชุดคอนโดมิเนียมใหม่ในสัดส่วนประมาณ 30:70 จึงอาจเป็นสัญญาณว่าห้องชุดคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่อาจลดความร้อนแรงลงเมื่อหมดมาตรการสนับสนุนการโอนแล้ว
สำหรับสรุปยอดรวม 7 เดือนแรกของการโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีจำนวนรวมประมาณ 111,600 หน่วย แต่หากรวมที่ดินเปล่าและอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ด้วยจะมีจำนวนรวมประมาณ 145,800 หน่วยโดยใน 7 เดือนแรก มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดมากที่สุดประมาณ 46,500 หน่วย สัดส่วน42% ของการโอนทั้งหมด ทาวน์เฮ้าส์ประมาณ 32,450 หน่วย สัดส่วน 29% บ้านเดี่ยวประมาณ 19,500 หน่วย สัดส่วน 17% อาคารพาณิชย์ประมาณ 10,250 หน่วย สัดส่วน 9 % และบ้านแฝดประมาณ 2,900 หน่วย สัดส่วน3% เทียบระยะเวลา 7 เดือนแรก จำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 60% จาก 7 เดือนแรกของปีก่อน ห้องชุดคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 15% บ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 9% อาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 21% และบ้านแฝดเพิ่มขึ้น 10%







