posttoday
แนะอสังหาฯคุมเสี่ยง

แนะอสังหาฯคุมเสี่ยง

10 มกราคม 2560

ลลิลฯ เตือนอสังหาฯ ปี 2560 บริหารความเสี่ยงการเงิน และทำโครงการที่มีความต้องการจริง

ลลิลฯ เตือนอสังหาฯ ปี 2560 บริหารความเสี่ยงการเงิน และทำโครงการที่มีความต้องการจริง

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2560 ถือเป็นปีที่บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายขนาดกลาง-เล็กที่จะต้องบริหารด้านความเสี่ยงทางการเงินให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอัตราหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึงการพัฒนาโครงการที่ต้องมุ่งกลุ่มเรียลดีมานด์เป็นหลัก
 
"เศรษฐกิจไทยนั้นยังอยู่ในช่วงที่ชะลอตัว เนื่องจากการส่งออกเติบโตน้อยและภาวะการบริโภคของประชาชนชะลอตัวเนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง ปัจจุบันอยู่ที่ 80% ประเมินว่าภาคการส่งออกจะฟื้นตัวเล็กน้อยจากการที่เงินบาทอ่อนค่าลง ขณะเดียวกันต้องประเมินนโยบายจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ และยุโรปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวยังเป็นรายได้หลัก และจากการเร่งรัดโครงการต่างๆ สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ และโครงการส่งเสริมการลงทุนจาก บีโอไอที่มีมากขึ้น จะมีแรงส่งถึงภาคเอกชนชัดเจนในไตรมาส 3-4 นี้"

สำหรับในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการที่เปิดตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% อีก 30% จะกระจายไปยังหัวเมืองต่างจังหวัดที่เป็นแหล่งงาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาจังหวัดใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จ.ขอนแก่น โดยโครงการรูปแบบทาวน์เฮาส์จะอยู่ที่ระดับราคา 1.5-2 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 2.9-6 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ 3,600 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 3,100 ล้านบาท เติบโต 15% จากปี 2559 บริษัทมียอดรับรู้รายได้ 2,700 ล้านบาท และยอดขาย 3,500 ล้านบาท โดยได้เปิด 9 โครงการ มูลค่า 4,300 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2559 ได้เปิดตัวแบรนด์ลลิล ทาวน์ ระดับราคา 2-6 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม

"กลยุทธ์การขายในขณะนี้ต้องมุ่งไปที่อีโคโนมี ออฟ สปีด ทำการก่อสร้างและส่งมอบให้กับลูกค้ารวดเร็วขึ้น โดยใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปหรือพรีคาสต์ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 45-60 วัน ซึ่งนำมาใช้ก่อสร้างบ้านแนวราบทุกรูปแบบ" นายไชยยันต์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทได้ช่วยเหลือกลุ่มลูกบ้านที่ขอสินเชื่อไม่ผ่าน โดยได้เจรจากับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเพื่อช่วยผู้ซื้อบ้านให้สามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยดูจากวินัยในการผ่อน ซึ่งปีที่ผ่านมา ยอดปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินอยู่ที่ 20-25% ในปีนี้ต้องการให้การปฏิเสธสินเชื่อลดลงมาอยู่ในระดับ 15-20% อย่างไรก็ตามต้องการให้ภาครัฐลดระยะเวลาการติดเครดิตบูโรหรือบัญชีดำจาก 2-3 ปี เหลือ 1 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 1 แสนคน ที่ยังมีกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท