posttoday
ขายยกเฟสเดอะวิชรัชดาฯ

ขายยกเฟสเดอะวิชรัชดาฯ

23 สิงหาคม 2553

ทีดับบลิวแซด ปรับแผนลงทุนอสังหาฯ เล็งขายเดอะ วิช รัชดา ภิเษก เฟส 2 ยกเฟส หลังมีนักลงทุนทาบซื้อ

ทีดับบลิวแซด ปรับแผนลงทุนอสังหาฯ เล็งขายเดอะ วิช รัชดา ภิเษก เฟส 2 ยกเฟส หลังมีนักลงทุนทาบซื้อ

นายนิธิชัย ชื่นมั่น ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยถึงการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่า เตรียมพัฒนาโครงการทาวน์โฮม เดอะ วิช รัชดาภิเษก เฟส 2 ต่อ หลังจากเฟสแรกบนพื้นที่ทั้งหมด 3 ไร่ครึ่ง ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีรัชดาภิเษก จำนวน 16 ยูนิต มูลค่า 130 ล้านบาท ราคาขาย 7.9 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 10 ยูนิต

รูปแบบของการขายเฟส 2 นั้นจะขายแบบยกเฟส เนื่องจากขณะนี้มีนักลงทุนสนใจซื้อโครงการไปพัฒนาต่อ จากปัจจัยเรื่องทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า และใกล้กับไนท์บาซาร์แห่งใหม่ที่กลุ่มแบงค็อกไนท์บาซาร์กำลังพัฒนาอยู่

ดังนั้น หากหาข้อตกลงร่วมกันได้ และได้ผลตอบแทนที่ดีไม่แพ้การลงทุนเอง ก็พร้อมขายยกเฟส 2 ซึ่งมีจำนวนยูนิตและมูลค่าใกล้เคียงกับเฟสแรก

นายนิธิชัย กล่าวว่า การเข้ามาทำธุรกิจอสังหาฯ ของกลุ่มทีดับบลิวแซด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอสังหาฯ เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง มีสัดส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25-30% ทำกำไรจากโครงการดังกล่าว อีกทั้งมองเห็นโอกาสที่ดีในช่วงเวลาหนึ่งจากการที่เป็นที่ดินทำเลที่ดีมาก แม้จะเป็นที่ดินเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทย ระยะเวลา 30 ปี ไม่รวมระยะเวลาก่อสร้างที่บริษัท กฤตวณิชย์ ของกลุ่มกฤษดานครเป็นผู้นำมาเสนอ แต่ก็คุ้มกับการลงทุน

บริษัทเลือกที่จะพัฒนาโครงการแนวราบ เพราะคล่องตัวกว่าคอนโด มิเนียม สามารถปิดโครงการได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และการเป็นที่ดินเช่าในบางทำเลเหมาะกับโครงการลักษณะอาคารเพื่อธุรกิจมากกว่าที่อยู่อาศัย ซึ่งโครงการนี้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อล้วนเป็นกลุ่มบริษัท หรือเจ้าของกิจการขนาดเล็ก

สำหรับโครงการเดอะ วิช รัชดาภิเษก จะทยอยส่งมอบภายในไตรมาส 4 ประมาณ 50% ของยอดที่ขาย และคาดว่าจะปิดการขายโครงการพร้อมโอนให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรก แม้ว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาฯ จะน้อยมากเมื่อเทียบสัดส่วนกับธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ แต่จะเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทมีรายได้ที่เติบโตและกำไรที่ดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากโครงการนี้แล้วทางบริษัทจะชะลอการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ชั่วคราว แล้วหันไปมุ่งเน้นธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ หลังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ออกใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี ช่วงเดือน ก.ย.

ขณะที่แผนธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 3จี นั้นได้ร่วมมือกับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์จากประเทศจีน 4 ราย เพื่อผลิตมือถือ 3จี ออกสู่ตลาดไทย ซึ่งการพัฒนามือถือเฮาส์แบรนด์จะส่งผลให้มือถือ 3จี มีราคาถูกลง จากปัจจุบันที่มือถือ 3จี จะแพงกว่ามือถือทั่วไปประมาณ 10-20% ซึ่งนอกจากมือถือแล้วยังเตรียมที่จะพัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ๆ อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง