
3บิ๊กอสังหาฯขยายอาณาจักรปั้นแบรนด์ใหม่ เจาะรายเซ็กเมนต์
การขยับตัวของบิ๊กอสังหาฯ แต่ละรายล้วนพุ่งเป้าไปที่ตลาดคอนโดและทาวน์เฮาส์ที่มีการสร้างแบรนด์ ใหม่ และแตกเซ็กเมนต์มารองรับลูกค้า|ที่มีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น....
การขยับตัวของบิ๊กอสังหาฯ แต่ละรายล้วนพุ่งเป้าไปที่ตลาดคอนโดและทาวน์เฮาส์ที่มีการสร้างแบรนด์ ใหม่ และแตกเซ็กเมนต์มารองรับลูกค้า|ที่มีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น....
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ถูกจำกัดวงให้แคบลงทุกวันด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ทำให้เหลือแต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น โดยเฉพาะความเข้มงวดของธนาคารที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ จำต้องถอยฉาก เหลือแต่รายใหญ่ที่คอยฟาดฟันกันในตลาดนับวันก็ยิ่งจะแรงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อใหญ่ต้องชนใหญ่ แค่หลับตาก็พอเห็นภาพว่าจะดุเดือดเลือดพล่านแค่ไหน เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการตัวเลขการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ยิ่งบิ๊กเนมหัวตารางที่มีเดิมพันช่วงชิงอันดับกันอยู่ ลำพังตลาดที่มีอยู่ในมือนั้นยังไม่เพียงพอ จึงต้องขยายอาณาจักรหาส่วนเสริมให้เติบโตขึ้นอีก
ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น ความพยายามในการแตกแบรนด์ไปสู่เซ็กเมนต์ใหม่ๆ หาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่แยกย่อยลงไป เพื่อขยายฐานตลาดให้กว้างขึ้นจึงเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้
“ยอดขายของรายใหญ่ที่เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากไม่ขยับไปหาตลาดใหม่ๆ โอกาสในการเติบโตคงยาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รายใหญ่ต้องหาตลาดใหม่เพื่อ|ผลักดันให้เกิดการเติบโต” กรี เดชชัย ประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ให้ความเห็น
ปั้นแบรนด์ใหม่ลงสู้รายเซ็กเมนต์
ถ้าไล่ดูจากบรรดาบริษัทอสังหาฯ บิ๊กเนม พฤกษา เรียลเอสเตท มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่เพิ่มความใหญ่ด้วยการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอด 4-5 ปีมานี้ พฤกษา ขยันสร้างแบรนด์ใหม่ให้ครอบคลุมเกือบทุกตลาด รวมๆ กันแล้วถึง 17 แบรนด์|ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม|ในทุกๆ ระดับราคาที่มีช่องว่างให้ลงไปจับลูกค้า
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า การที่บริษัทใช้กลยุทธ์เรื่องแบรนด์ใหม่ ดีไซน์ใหม่เปิดตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร และได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ เริ่มปรับบิซิเนส โมเดลของตัวเองให้มีสินค้าที่ครอบคลุมขึ้น การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นการแข่งกันที่รูปแบบของสินค้าในตลาดระดับราคานั้นๆ เป็นหลัก ซึ่งจะเห็นชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้
“ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดจากการปรับตัวของ 10 บริษัทรายใหญ่ของวงการที่หันลงมาเล่นในตลาดที่แตกต่างจากตลาดที่ตัวเองเคยทำอยู่ โดยเฉพาะตลาดระดับราคาต่ำกว่า 3-5 ล้านบาท จะคึกคักมากที่สุด” ประเสริฐ ประเมินสถานการณ์
เขย่าคอนโด-ทาวน์เฮาส์ ร้อนระอุ
เป็นที่สังเกตว่า การขยับตัวของบิ๊กอสังหาฯ แต่ละรายล้วนพุ่งเป้าไปที่ตลาดคอนโดและทาวน์เฮาส์ที่มีการสร้างแบรนด์ ใหม่ และแตกเซ็กเมนต์มารองรับลูกค้าที่มีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าในกลุ่มเดิมจะมีแบรนด์ที่ใช้ทำตลาดอยู่แล้วก็ยังมีแบรนด์ใหม่ออกมาเก็บตกตลาดที่ยังขาดหายไป
เช่นเดียวกับ แสนสิริ ที่เริ่มขยับตัวสร้างแบรนด์ใหม่ๆ มาตลอด เพื่อหวังจะขยายตัวให้ครอบคลุมตลาดมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมที่ออกมามากมายหลากแบรนด์ด้วยกัน อาทิ แบรนด์ blocs 77 แบรนด์ Quattro by Sansiri แบรนด์ Hive แบรนด์ Priv by Sansiri แบรนด์ Keyne by Sansiri
ล่าสุด แสนสิริ กำลังจะจัดเซ็กเมนต์ และแบรนด์ในตลาดคอนโดใหม่ให้ภาพชัดยิ่งขึ้น โดยกลุ่มตลาดบนสุดราคา 1.2 แสนบาท/ตร.ม.ขึ้นไปจะมีแบรนด์ใหม่ เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 แบรนด์ คือ Via 49 ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ที่สุขุมวิท และอีก 1 แบรนด์จะเปิดตัวในไตรมาส 4
ส่วนกลุ่มลูกค้าระดับกลางบน ราคา 1 แสนบาท/ตร.ม. มีแบรนด์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ Wyne และอีก 1 แบรนด์ในไตรมาส 4 เช่นกัน ในกลุ่มลูกค้าระดับกลางถือเป็นไฟติงแบรนด์ของแสนสิริ ยังคงแบรนด์|เดิม คือ blocs และ My Condo และสำหรับตลาดล่างส่งแบรนด์ D คอนโด เพื่อลุยตลาดต่ำกว่า 1 ล้านบาท
ในฝั่งทาวน์เฮาส์ยังมีแบรนด์ V Village เปิดตลาดระดับราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาทเป็นครั้งแรก ต่อด้วย “ทาวน์ อเวนิว” ที่แสนสิริจะใช้เป็นแบรนด์หลักในการทำตลาดทาวน์เฮาส์ โดยคาดหวังว่าชื่อชั้นของแสนสิริจะช่วยผลักดันแบรนด์ใหม่ๆ ให้ติดตลาดได้โดยง่าย
ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากบิ๊กเนมอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่เริ่มขยับเข้าสู่ตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางอย่างเต็มตัวด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่ “เดอะ คีย์” คอนโดมิเนียมราคาเริ่มต้น 1.75 ล้านบาท ที่จะประเดิมใน 3 ทำเล คือ แจ้งวัฒนะ ประชาชื่น และพหลโยธิน ถือเป็นความพยายามล่าสุดของพี่ใหญ่ที่ต้องการจะเพิ่มแชร์ในตลาดคอนโดให้มากขึ้น หลังจากปล่อยให้ขาใหญ่รายอื่นๆ อิ่มหมีพีมันมานานพอสมควร
นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งในตลาดว่า นับจากนี้แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คงไม่ยอมที่จะให้ใครทำคะแนนขึ้นแซงหน้าได้ง่ายๆ เพราะนอกจากคอนโดที่แลนด์ฯ เริ่มขยับลงมาตลาดกลางมากขึ้นด้วยการฉีกกฎเหล็กสร้างก่อนขายมาเป็นขายก่อนสร้าง เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการทำตลาดแล้ว แลนด์ฯ ยังส่งแบรนด์ “อินนิซิโอ” (Innizio) มาเจาะบ้านเดี่ยวต่ำกว่า 3 ล้านบาท รวมถึงการออกซีรีส์ใหม่ “ไอ โมเดิร์น” (I*Modern) เพื่อปรับตัวโปรดักต์ให้ดูทันสมัยขึ้นอีกด้วย
แน่นอนว่า เมื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ เร่งขยายพรมแดนทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนทางการตลาดเกิดขึ้นในเกือบทุกเซ็กเมนต์ที่มีอยู่ในเวลานี้ การสู้รบปรบมือกันเพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าตลาดในแต่ละพื้นที่ต้องร้อนระอุแน่นอน







