
คอนโดฯใหม่ยังคึก
คอนโดมิเนียมยังเนื้อหอม แกรนด์ ยูฯ-ภัทรเฮ้าส์พร้อมลุยตลาด มั่นใจความต้องการยังมี
คอนโดมิเนียมยังเนื้อหอม แกรนด์ ยูฯ-ภัทรเฮ้าส์พร้อมลุยตลาด มั่นใจความต้องการยังมี
นายวรวรรต ศรีสอ้าน ประธานบริหาร บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ เปิดเผยว่า หลังจากใช้เวลาในการปรับทีมผู้บริหารใหม่แล้ว ปีนี้บริษัทพร้อมจะกลับมาบุกตลาดคอนโดมิเนียมรอบใหม่ โดยมีแผนเปิดตัวโครงการอีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท โครงการแรกจะเป็นคอนโด ยู เกษตร-นวมินทร์ ความสูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร มูลค่าโครงการ 820 ล้านบาท อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู และเป็นจุดเชื่อมต่อถนนหลักรามอินทราและประดิษฐ์มนูธรรมในเดือน ก.ย.ปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งงบซื้อที่ดินไว้ 900 ล้านบาท โดยจะซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาอีก 2 โครงการที่จะเปิดขายไตรมาส 4 ปีนี้ และยังอยู่ระหว่างพิจารณาขยับไปทำตลาดคอนโดระดับกลางบนมากขึ้น จากปัจจุบันจะเน้นคอนโดระดับกลางเป็นหลัก โดยภาพรวมตลาดคอนโดเชื่อว่ายังมีความต้องการต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ทำให้คนกู้ซื้อบ้านถูกปฏิเสธสินเชื่อยังเป็นปัญหาหลัก ส่วนเป้าหมายในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 4,058 ล้านบาท เติบโต 28% ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,500 ล้านบาท เติบโต 77%
ด้าน นายสันติ ตันติไชยบริบูรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารแบรนด์และการตลาด บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานปีที่แล้วบริษัทมีรายได้รวม 3,160 ล้านบาท เติบโตกว่า 6% จากปี 2557 และมีกำไรสุทธิ 332 ล้านบาท หรือโตกว่า 84% ปัจจุบันมียอดขายรอโอน 4,510 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปีนี้ 3,460 ล้านบาท และในปี 2560 ประมาณ 1,050 ล้านบาท จาก 7 โครงการ ส่วนสต๊อกพร้อมและโอนให้ทันมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ที่จะสิ้นสุดวันที่ 28 เม.ย.นี้ มีประมาณ 1,000 ยูนิต หรือมีมูลค่า 2,600 ล้านบาท
นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมากว่า 30 ปี กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะหันมาบุกตลาดคอนโดเป็นครั้งแรก ภายใต้แบรนด์โมทีฟ เพื่อกระจายความเสี่ยงในการทำธุรกิจ และปัจจุบันต้นทุนที่ดินในหลายทำเลที่แพงขึ้นมาก ทำให้ยากจะพัฒนาเป็นบ้านแนวราบ เช่น ทำเลย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อไม่กี่ปีก่อนบริษัทเคยพัฒนาโครงการบ้านแนวราบในราคา 4 ล้านบาท แต่ต้นทุนที่ดินปัจจุบันหากพัฒนาจะต้องขายในราคาสูงถึง 7 ล้านบาท จึงเป็นข้อจำกัดในการเติบโต หากบริษัทไม่ปรับตัวหันมาพัฒนาคอนโด
สำหรับคอนโด 2 โครงการแรก ได้แก่ โมทีฟ แจ้งวัฒนะ คอนโดสูง 7 ชั้น จำนวน 130 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 1 ไร่ เป็นห้องชุดขนาด 28 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคาเริ่มต้นที่ 1.57 ล้านบาท และโครงการโมทีฟ สุขุมวิท 115 คอนโดสูง 8 ชั้น จำนวนยูนิต 73 ยูนิต เนื้อที่โครงการ 221 ตารางวา (ตร.ว.) ขนาดเริ่มต้นที่ 26-48.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีปู่เจ้าสมิงพรายประมาณ 300 เมตร ส่วนบ้านแนวราบปีนี้จะเปิดใหม่ 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าพัฒนาโครงการอย่างน้อยปีละ 5 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เติบโตปีละ 5-10% โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 700-800 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 40%ที่มีรายได้รวมกว่า 500 ล้านบาท และในอนาคตมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อระดมทุนพัฒนาโครงการต่อเนื่อง







