
เปิดทำเลโคราชเนื้อหอม ดีมานด์เอื้อค้าปลีกคึก
จากแผนขยายตัวของผู้ประกอบการค้าปลีกตามการขยายตัวของชุมชนใหม่ แม้กระทั่งในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเช่นทุกวันนี้
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากแผนขยายตัวของผู้ประกอบการค้าปลีกตามการขยายตัวของชุมชนใหม่ แม้กระทั่งในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเช่นทุกวันนี้ ทำให้เห็นชัดเจนว่า ธุรกิจค้าปลีกเป็นอีกหนึ่งดัชนีสำคัญของฐานรากเศรษฐกิจไทย โพสต์ทูเดยจึงภูมิใจนำเสนอคอลัมน์ใหม่ที่จะรวบรวมทั้งแผนธุรกิจ การขยายตัว ตลอดจนการแข่งขันทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ ฉบับแรกนี้ประเดิมด้วยสมรภูมิค้าปลีกใน จ.นครราชสีมา ที่มีค้าปลีกเข้าไปขยายตัวในทุกเซ็กเมนต์
นั่นเพราะจำนวนประชากรใน จ.นครราชสีมา หรือโคราชที่มากถึง 2.6 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ประชากรเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นจังหวัดที่มีสถานศึกษาจำนวนมาก มีนักศึกษาสูงถึง 5 หมื่นคน
นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคอีสาน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 5 ล้านคน/ปี สูงเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน และจากการที่ไทยและกลุ่มประเทศในอาเซียนได้ก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ส่งผลให้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลมาอีกมาก
บรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกเมืองกรุงก็เห็นโอกาสเหล่านี้ และสนใจเข้าไปลงทุนกันอย่างคึกคัก เริ่มจากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่เข้าไปพัฒนาศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช ตั้งแต่ปี 2543 จนปัจจุบันการแข่งขันของค้าปลีกโคราชยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อมีห้างค้าปลีกจากกรุงเทพฯ สนใจเข้าไปขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นห้างแม็คโคร ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างเทสโก้ โลตัส ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา
ทำเลที่ดูจะมีความคึกคักคงหนีไม่พ้นถนนมิตรภาพที่ใกล้กับแหล่งชุมชน เพราะนอกจากเดอะมอลล์แล้ว ก็มีผู้ค้าปลีกอีกหลายรายต่างไปจับจองที่ดินบนถนนมิตรภาพ เพื่อเปิดให้บริการธุรกิจค้าปลีก ส่งผลให้ถนนเส้นนี้มีห้างค้าปลีกเรียงรายเป็นทิวแถวเริ่มตั้งแต่เดอะมอลล์ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เทอร์มินอล 21 แม็คโคร และเซ็นทรัล ที่เพิ่งย้ายมาอยู่บนถนนเส้นเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้
ก่อนหน้านี้ประมาณปลายปี 2557 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ได้ประกาศใช้งบ 9,300 ล้านบาท พัฒนาโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา บนพื้นที่ 2.5 แสน ตร.ม. จากนั้นได้ชะลอการก่อสร้างออกไป เนื่องจากตัดสินใจเปลี่ยนทำเลที่ตั้งใหม่จากบริเวณถนนเลี่ยงเมือง (บายพาส) นครราชสีมา มายังทำเลใหม่ใจกลางเมือง ใกล้กับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย บริเวณปากซอยถนน 30 กันยา ติดถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวเทศบาลนคร นครราชสีมา และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ พร้อมขอปรับแบบโครงการให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.2 แสน ตร.ม. โดยจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 เฟส ซึ่งเฟสแรกจะเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เฟสที่ 2 จะเป็นโรงแรมเซ็นทารา ขนาด 350 ห้อง สูง 25 ชั้น นอกจากนี้ยังจะก่อสร้างห้องประชุมขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการจัดงานระดับนานาชาติอีกด้วย
อีกหนึ่งรายที่ยังซุ่มไม่ยอมเปิดตัวรายละเอียดของโครงการ คือ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีเพียงแย้มออกมาว่าได้ปรับตัวครั้งใหญ่ ด้วยการพัฒนาโครงการเฟส 2 บนพื้นที่ 1.5 แสน ตร.ม. ภายใต้งบลงทุน 2,000 ล้านบาท เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า และทำให้ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราชมีความครบวงจรมากขึ้น จากปัจจุบันศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช ในเฟสแรกตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 แสน ตร.ม. ขณะเดียวกันก็พยายามหาแม่เหล็กใหม่ๆ มาเอาใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการปรับปรุงโซนด้านหลังของศูนย์การค้าให้เป็นแหล่งแฮงเอาต์โมเดลคล้ายอาร์ต บ็อกซ์ จำหน่ายสินค้าครบวงจรไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแฟชั่น ร้านอาหาร หรือตลาดสุดชิก
จนถึงล่าสุด บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ ขอออกมาประกาศตัวอย่างยิ่งใหญ่กับโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ภายใต้แนวคิดท่าอากาศยานแห่งการช็อปปิ้งในรูปแบบช็อปปิ้งมอลล์ 7 ชั้น ชูจุดเด่นหอคอยชมเมืองคล้ายหอบังคับการบินสูงเท่าตึก 30 ชั้น นอกจากนี้ภายในศูนย์การค้ายังได้แม่เหล็กสำคัญจากผู้เช่าหลักอย่างโรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้, ไอซ์สเกต The Rink, สวนสนุก FANPEKKA, สปอร์ตฮอลล์, ซูเปอร์มาร์เก็ตฟู้ดแลนด์, สปอร์ตเวิลด์, โฮมโปร ลีฟวิ่ง, ศูนย์อาหาร Pier21 และโซนเครื่องเขียน เป็นต้น
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกใน จ.นครราชสีมา มีความคึกคัก เพราะดีมานด์ธุรกิจค้าปลีกสูง ซึ่งนอกจากคนในจังหวัดจะมีความต้องการสูงแล้ว จังหวัดใกล้เคียงก็ยังมีความต้องการ จึงทำให้ธุรกิจค้าปลีกเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในนครราชสีมา ซึ่งนอกจากจะรองรับความต้องการดังกล่าวแล้ว ในอนาคตยังถือเป็นการรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในนครราชสีมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือซีแอลเอ็มวี
จำนวนค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวถือเป็นการเติมเต็มให้ จ.นครราชสีมา มีห้างค้าปลีกที่คอยบริการลูกค้าที่ครบวงจร แต่รายที่คาดว่าจะเหนื่อยกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ อาจเป็นรูปแบบศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่่ไม่มีธุรกิจในเครือที่ครบวงจรจากต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องหาบริการที่แตกต่าง เพื่อสร้างเป็นจุดขายให้กับศูนย์การค้า
วารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า การเกิดขึ้นของหลายห้างค้าปลีกใน จ.นครราชสีมา ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยส่งผลให้มีบรรยากาศคึกคัก และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมความต้องการ ซึ่งการที่ผู้ประกอบการค้าปลีกให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจในนครราชสีมาเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นหัวเมืองสำคัญและเป็นประตูสู่ภาคอีสาน จึงทำให้เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการซื้อสูง
แม้ว่าจะยังมีโอกาสให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเข้าไปขยายธุรกิจใน จ.นครราชสีมา ได้อีกมาก การใช้กลยุทธ์ด้วยการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดไม่ว่าจะเป็นบริการ หรือสินค้า เพื่อมัดใจลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ยังคงมีความสำคัญอย่างมาก แต่ไม่ว่าการแข่งขันจะรุนแรงมากแค่ไหน หากมองในมุมผู้บริโภคล้วนได้ประโยชน์ ซึ่งความคึกคักที่เกิดขึ้นดังกล่าวคาดว่าหลังจากค้าปลีกทุกค่ายเปิดให้บริการครบไปแล้ว 1-2 ปี ภาพรวมเศรษฐกิจภายในนครราชสีมาน่าจะขยายตัวก้าวกระโดดอย่างแน่นอน







