
ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ในบ้านสบายกลางใจเมือง
การตกแต่งโดยรวมจะเน้นความโล่ง โปร่งสบาย เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีอยู่โดยรอบ ทำให้บ้านได้ร่มเงา และมีลมพัดเย็นสบาย
การตกแต่งโดยรวมจะเน้นความโล่ง โปร่งสบาย เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีอยู่โดยรอบ ทำให้บ้านได้ร่มเงา และมีลมพัดเย็นสบาย
เรื่อง : อนุสรา ทองอุไร / ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ด้วยความที่การจราจรในกรุงเทพฯ ติดหนึบนั่นเอง ทำให้ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ต้องย้ายบ้านจากบ้านแถวพระราม 2 ที่ปลูกใหม่ใหญ่โตกว้างขวางสำหรับทุกคนในครอบครัวกลับมาอยู่บ้านหลังเดิมที่เคยอยู่ตั้งแต่เด็ก ที่ไม่มีอาณาเขตบริเวณโดยรอบมากนัก แต่ข้อดีคืออยู่ใกล้ที่ทำงานของเธอคือแถวสาทร ด้วยเหตุนี้เธอและครอบครัวจึงต้องมาปรับปรุงตึกสำนักงานเก่า 5 ชั้น ให้เป็นที่อาศัยในวันจันทร์-ศุกร์ของเธอและครอบครัวใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่แน่นขนัด ทำให้เธอได้เวลาเพิ่มมาวันละกว่า 2 ชั่วโมง และสุขภาพจิตที่ดีที่ไม่ต้องอยู่บนถนนที่รถติดหนักนานๆ
เธอและครอบครัวเพิ่งย้ายกลับมาอยู่ตึกหลังนี้อีกครั้งเมื่อ 2 ปีนี้เอง บ้านตึกเก่าสูง 5 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องรับประทานข้าว ห้องครัวใหญ่ และนั่งเล่น ส่วนคุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ชั้น 2 ชั้น 3 คุณลุงอยู่ ส่วนชั้นที่ 4 เป็นที่อยู่ของเธอและน้องชาย ส่วนชั้น 5 ยังไม่ได้ใช้งาน ปล่อยว่างไว้
บนชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นชั้นของเธอนั้นมีเนื้อที่ประมาณ 300 ตารางเมตร มีห้องรับแขกใหญ่ 1 ห้อง ห้องนั่งเล่นเล็ก 1 ห้อง มีห้องพระ ห้องครัว-โต๊ะรับประทานอาหาร และห้องนอนใหญ่ 2 ห้อง ของเธอและน้องชาย มีห้องน้ำ 3 ห้อง ตกแต่งด้วยกระจกโดยรอบ เน้นความทันสมัยด้วยโทนสีส้มตัดขอบสีเทา เป็นสีที่เธอชอบ เพราะรู้สึกกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญซินแสก็แนะนำว่าถูกหลักฮวงจุ้ยของธุรกิจค้าทองที่เธอทำอยู่อีกด้วย ก็คนทำธุรกิจนี่คะ ต้องเชื่อฮวงจุ้ย นิดนึงค่ะ ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ดีกว่านะคะ
ส่วนการตกแต่งโดยรวมจะเน้นความโล่ง โปร่งสบาย เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีอยู่โดยรอบ ทำให้บ้านได้ร่มเงา และมีลมพัดเย็นสบายดีมาก แค่เปิดประตูกระจกโดยรอบสัก 3-4 บาน ลมก็พัดเข้าเย็นสบายโดยไม่ต้องเปิดแอร์ ใช้ลมและแสงธรรมชาติ ประหยัดพลังงานช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง วันดีคืนดีก็เข้าห้องพระสวดมนต์นั่งสมาธิเสริมสร้างกำลังใจให้แข็งแรงเอาไว้ลุยงานได้อย่างเต็มที่
ถึงแม้ว่าจะมีบริเวณโดยรอบน้อยไปสักนิดก็เหอะ แต่มีที่ว่างข้างบ้านเป็นสวนป่าเขียวครึ้มให้เธอได้พักสายตาได้เป็นอย่างดี เรียกว่ายืมวิวข้างบ้านดูเพลินๆ ไปก่อนก็แล้วกัน แต่บ้านนี้ก็สามารถตอบโจทย์บ้านสบายกลางใจเมืองได้เป็นอย่างดีมีครบทุกอย่างที่ต้องการ ที่สำคัญจากบ้านนี้เดินทางไปออฟฟิศของเธอเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น
5 มุมโปรด
1. ห้องรับแขกใหญ่
เปิดประตูชั้น 4 เข้ามาจะพบห้องรับแขกใหญ่ ขนาด 6 ที่นั่ง เป็นมุมดูทีวี และฟังเพลงไปพร้อมกัน หากวันไหนมีเพื่อนสนิทมาเยี่ยมก็นั่งเล่นดูทีวี พูดคุยกันตรงนี้ แบบว่าจะนอนเล่น นั่งเล่นก็ได้ ตามอัธยาศัยไม่ว่ากัน ก็โซฟาตัวนี้มันนุ้ม...นุ่ม น่านอนเล่นจริงๆ อ่ะ
2. มุมรับแขกเล็ก
อีกด้านหนึ่งของมุมห้องเป็นมุมรับแขกอย่างเป็นทางการ ขนาด 5 ที่นั่ง เอาไว้คุยงานอย่างเป็นสาระ
3. นั่งเล่นในห้องนอน
ไว้อ่านหนังสือก่อนนอน วันไหนหยุด ไม่ได้ออกไปไหน เธอก็จะอ่านหนังสือตอนเช้าอีกรอบ เพราะก่อนนอนจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการอ่านหนังสือ เพราะเงียบสงบมีสมาธิดีมาก อ่านได้น้ำได้เนื้อที่สุดก็ตรงนี้
4. ห้องนอนแสนสุข
ห้องนอนของเธอจะเปิดโล่งเชื่อมถึงกันตลอดตั้งแต่ห้องรับแขกจนถึงห้องนั่งเล่น มีอุปกรณ์ตกแต่งน้อยชิ้น เธอชอบที่กว้างโล่ง มองแล้วสบายตา ไม่มีของจุ๊กจิ๊กอะไรเท่าไหร่ จะไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นอีกด้วย
5. ห้องน้ำ
ห้องน้ำสีฟ้าคราม เป็นอีกสีที่เธอชอบเป็นที่สุด ขอหลุดสเปกซินแสด้วยการเน้นปูกระเบื้องโมเสกสีน้ำเงินสด พร้อมอ่างล้างหน้าสไตล์เก๋ ห้องน้ำกินพื้นที่บริเวณกว้างไม่ใช่น้อย เธอว่าก็เธอเป็นคนใช้ห้องน้ำนานก็ต้องแต่งให้สวยงามสบายตา สบายตัวหน่อยซิค้า







