
บุญนิตย์ มัธยมจันทร์ ทำห้องครัวให้เป็นห้องนั่งเล่น
บ้านหลังนี้ชั้นล่างจะแบ่งออกเป็น 2 โซนแรกเข้าบ้านมาจะเป็นห้องรับแขก ถัดมาเป็นโซนห้องอ่านหนังสือสำหรับทุกคนในบ้าน
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
“บ้านหลังนี้ชั้นล่างจะแบ่งออกเป็น 2 โซนแรกเข้าบ้านมาจะเป็นห้องรับแขก ถัดมาเป็นโซนห้องอ่านหนังสือสำหรับทุกคนในบ้าน และสุดท้ายคือโซนห้องครัวที่เราใช้เป็นห้องนั่งเล่นในตัว ผมมองว่าห้องครัวควรจะเป็นห้องที่ทุกคนในครอบครัวสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ ถ้าผมเอาห้องครัวไว้นอกบ้านผมจะเป็นแค่พ่อครัว แต่ถ้าเราเอาห้องครัวมาไว้ในบ้าน ครัวก็จะกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เด็กๆ จะสนุกไปกับการประกอบอาหารด้วยกัน” ดร.บุญนิตย์ มัธยมจันทร์ ผู้ชนะจากการแข่งขันชิงชุดครัวในฝัน จากทางอิเกีย
บุญนิตย์ เล่าถึงห้องครัวของเขาต่อว่า “ผมชอบบ้านแบบเรียบๆ ง่ายๆ แต่มีฟังก์ชั่นหลากหลายที่สามารถใช้งานได้จริง ความเรียบๆ แบบที่ไม่ต้องมีอะไรมาก ก็เลยอยากได้เป็นโมเดิร์น แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนไม่สามารถทำให้เป็นโมเดิร์นได้ทั้งหมด จึงต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่างเพื่อง่ายต่อการดูแลรักษาให้สามารถอยู่ได้จริง โดยเน้นที่ห้องครัวเป็นหลัก เพราะผมอยากให้ห้องครัวเป็นห้องที่ผมกับลูกๆ สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ทุกอย่าง
“รวมทั้งสามารถลงมือทำอาหาร รับประทานอาหาร และทำครัวด้วยกัน เรียกว่าเป็น คิทเช่นแฟมิลี่รูม ตอนออกแบบห้องครัวกับห้องนั่งเล่นมารวมกัน ผมมองปัญหาของห้องครัวหลักๆ ก็คือเรื่องอากาศและน้ำมัน อากาศก็คือเรื่องกลิ่น ตอนทำห้องครัวเราก็ดูเรื่องหน้าต่างและทิศทางลมสำหรับระบายอากาศออกไป โดยเฉพาะการทำอาหารไทยที่มีกลิ่นแรง ต้องดูเรื่องระบบระบายอากาศให้ดี ปัญหาตรงจุดนี้ผมเลือกติดหน้าต่างที่สามารถระบายอากาศได้ดีและใช้เครื่องดูดควันกำลังสูงกว่าปกติ อาหารทั่วไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ห้องครัวนี้สามารถจัดการเรื่องควันและกลิ่นได้ดี
“จากเรื่องกลิ่นควันก็คือเรื่องน้ำมัน ผมเลือกใช้พื้น 2 ส่วน คือพื้นกระเบื้องสำหรับโซนครัวเวลาน้ำมันกระเด็นจะได้ทำความสะอาดได้ง่าย แต่โซนแฟมิลี่รูมจะใช้เป็นพื้นไม้ที่ให้ความรู้สึกสบายกว่า มีโซฟาและกระจกบานใหญ่ๆ เปิดรับธรรมชาติเข้ามาในตัวห้อง ทุกคนสามารถเข้ามาอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้ แม้เวลาที่มีแขกผู้ใหญ่อยู่ในบ้าน เด็กๆ ก็สามารถย้ายตัวเองเข้ามาในห้องนี้ได้โดยยังคงความส่วนตัวอยู่
“ในห้องครัวนี้จุดที่ผมอยากได้มานาน ก็คือ เตาเทปันยากิ เป็นเตาขนาดเล็กสามารถทำอาหารได้คล่องตัว อย่างเวลาผมจะทำไข่กระทะตอนเช้า เด็กๆ ก็สามารถนั่งดูใกล้ๆ แล้วขอว่าจะใส่อะไรเพิ่มลงไปได้บ้าง ก็ทำให้การทำครัวเราสนุกมากขึ้น และครัวที่ผมออกแบบก็สามารถปรับเปลี่ยนไปตามวัยของเด็กๆ ได้ด้วย ซึ่งผมคิดเผื่อลูกๆ ในจุดนี้ไว้แล้ว
“บ้านเป็นสิ่งที่เราต้องอยู่ไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่เราคิดแล้วจบตรงนี้ แต่เราต้องทำบ้านเผื่อสำหรับอนาคตที่เราทุกคนจะใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัยอย่างมีความสุขร่วมกันด้วย”







